ชื่ออื่น ๆ : ข่าตาแดง, ข่าเล็ก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Alpinia officinarum Hance
วงศ์ ZINGIBERACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นข่าตาแดง เป็นพรรณไม้ลงหัวและต้นเมื่อมันแตกขึ้นเป็นกอจะเหมือนกับข่าใหญ่ แต่ต้นจะเล็กและสั้นกว่าข่าใหญ่เล็กน้อย แต่โตกว่าข่าลิงสักหน่อย
    ข่าตาแดง
  • ใบข่าตาแดง ใบมีลักษณะเช่นเดียวกับข่าใหญ่ โดยมีลักษณะของใบเป็นรูปไข่ยาว คล้ายใบพาย ออกสลับกันรอบ ๆ ลำต้น
  • ดอกข่าตาแดง ออกดอกเป็นช่อตรงปลายยอด ช่อดอกเป็นสีขาว แต้มด้วยสีแดงเล็กน้อย
  • หน่อข่าตาแดง เมื่อมันแตกหน่อจะมีสีแดงจัด เราเรียกว่าตาแดง แต่กลิ่นและรสนั้น จะหอมฉุนกว่าข่าใหญ่ หน่อนั้นใช้เป็นผักปรุงอาหาร 

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ต้น, ดอก, ใบ, หัว

สรรพคุณ ข่าตาแดง :

  • หัวข่า มีกลิ่นฉุน รสเผ็ดร้อน ช่วยขับลมในลำไส้ เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ปวดท้อง แก้บิด แก้ท้องขึ้นท้องเฟ้อ ภายนอกใช้แก้บวม แก้ฟกช้ำ น้ำคั้นจากข่าสดใช้ทาแก้กลากเกลื้อน หรือผสมเหล้าโรงทาแก้ลมพิษ ใช้โขลกเอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำส้มมะขามเปียก แทรกเกลือเล็กน้อย ให้สตรีหลังคลอดบุตรใหม่ๆ กินเป็นยาขับลม ขับเลือดเสีย เลือดเน่า ที่ตกค้างอยู่ในมดลูกออกมา
  • ต้น ใช้รักษาบิด ชนิดที่ตกเป็นโลหิต
  • ดอก ใช้ทารักษาเกลื้อน
  • ใบ ใช้ทารักษากลาก หัว ใช้รับประทานขับลมให้กระจาย บรรเทาอาการฟกช้ำ บวมและรักษาอาการพิษ ใช้นำหัวข่าโขลกแล้วคั้นกับน้ำส้มมะขามเปียกและเกลือประมาณ 1 ชาม แกงเขื่อง ๆ ให้หญิงที่คลอดบุตรใหม่ ๆ รับประทานให้หมด ใช้เป็นยาขับโลหิตที่เน่าในมดลูกและช่วยขับลมในลำไส้ นอกจากนี้ยังใช้เป็นยาระบายอยู่ในตัวด้วย รักษาอาการพิษโลหิตทำ รักษาบาดทะยักปากมดลูกด้วย
ใช้เป็นยาขับโลหิตที่เน่าในมดลูกของสตรีและช่วยขับลมในลำไส้ ด้วยการนำหัวข่าตาแดงมาโขลกคั้นกับน้ำส้มมะขามเปียกและเกลือประมาณ 1 ชาม แกงเขื่องๆ ให้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรใหม่ๆ รับประทานให้หมด

ข่า เป็นพืชในตระกูลเดียวกับขิง มีลำต้นหรือที่เรียกว่าเหง้าอยู่ใต้ดินเป็นแนวนอน ซึ่งส่วนนี้เองที่นิยมนำมาใช้ปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมน่ารับประทาน นอกจากนี้ ข่ายังเป็นสมุนไพรทางเลือกที่นิยมใช้รักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ไม่ว่าจะใช้ทารักษากลากเกลื้อน ช่วยขับลมในระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการปวด และยังมีความเชื่อที่ว่าการรับประทานข่าอาจช่วยต้านมะเร็งได้

บทความก่อนหน้านี้ข่าลิง
บทความถัดไปข่าต้น