การบูร

ชื่ออื่น ๆ : การบูร, การบูร(ภาคกลาง), อบเชยญวน, พรมเส็ง(เงี้ยว), เจียโล่(ประเทศจีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cinnamomum camphora (L.) Presl.
ชื่อวงศ์ : LAURACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นการบูร เป็นพรรณไม้ยืนต้น ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีลำต้นสูงประมาณ 9 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 25-45 นิ้ว ผิวมันเกลี้ยงเป็นสีเขียว
  • ใบการบูร เป็นใบเดี่ยว ผิวมันเรียบ เป็นสีเขียวตลอดทั้งปี ใบจะหนาและยาวประมาณ 5-15 ซม. ปลายใบแหลม ลักษณะของมันเป็นรูปรี
  • ดอกการบูร เป็นสีขาวอมเขียว หรือสีเหลือง ดอกมีขนาดเล็กจะออกเป็นกระจุกตามบริเวณง่ามใบ มีดอกในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฏาคม
  • ผลการบูร มีสีชมพู หรือสีน้ำตาลม่วง เป็นผล ขนาดเล็ก ใน 1 ผล จะมีอยู่ 1 เมล็ด

ส่วนที่ใช้เป็นยา : เนื้อไม้, เปลือกแระราก

สรรพคุณการบูร :

  • เนื้อไม้ นำมากลั่นจะได้ “การบูร”  รสร้อนปร่าเมา ใช้ทาถูนวดแก้ปวด แก้เคล็ดบวม ขัดยอก แพลง แก้กระตุก แก้ปวดข้อ แก้ปวดเส้นประสาท แก้รอยผิวหนังแตก แก้พิษแมลงต่อย และโรคผิวหนังเรื้อรัง เป็นยาระงับเชื้ออย่างอ่อน ขับเหงื่อ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ แก้ไข้หวัด และขับลม บำรุงธาตุ บำรุงกำหนัด ยากระตุ้นหัวใจ บำรุงหัวใจ เป็นยาชาเฉพาะที่ เป็นยาระงับประสาท แก้อาการชักบางประเภท ใช้ผสมเป็นยาเพื่อป้องกันแมลงบางชนิด
  • เปลือกและราก กลั่นได้การบูร แก้ปวดขัดตามเส้นประสาท ข้อบวมเป็นพิษ แก้เคล็ดบวม เส้นสะดุ้ง กระตุก ขัดยอกแพลง แก้ปวดท้อง ท้องร่วง ขับน้ำเหลือง แก้เลือดลม บำรุงกำหนัด ขับเหงื่อ ขับเสมะหะ บำรุงธาตุ แก้โรคตา กระจายลม ขับผายลม นำมาผสมเป็นขี้ผึ้ง เป็นยาร้อน ใช้ทาแก้เพื่อถอนพิษอักเสบเรื้อรัง ปวดยอกตามกล้ามเนื้อ สะบักจม ทรวงอก ปวดร้าวตามเส้นเอ็น โรคปวดผิวหนัง รอยผิวแตกในช่วงฤดูหนาว แก้พิษสัตว์กัดต่อย