กวาวเครือขาว

134

ชื่ออื่น ๆ : กวาวเครือ, กวาว, ทองเครือ, ทองกวาว, กวาวหัว ตามจอมทอง, จานเครือ, โพะตะกู, ตานเคือ, ตานเครือ
ชื่อวิทยาศาสตร์ 
: Pueraria candollei Graham ex Benth. var mirifica
วงศ์Leguminosae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • กวาวเครือขาว เป็นไม้เถาเนื้อแข็งอายุหลายปี จัดเป็นไม้เลื้อย หัว อยู่ใต้ดิน ลักษณะกลม มีหลายขนาด ถ้าหัวที่มีอายุมากอาจหนักถึง 20 กิโลกรัม เมื่อเอามีดผ่าออกจะมียางสีขาวคล้ายน้ำนม เนื้อในจะมีสีขาวคล้ายมันแกว เนื้อเปราะ มีเส้นมาก ส่วนหัวเล็ก เนื้อในจะละเอียด มีน้ำมาก และนิยมเพาะปลูกหรือพบมากทางภาคเหนือและอีสานของประเทศ
  • ใบกวาวเครือขาว ประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่กว้าง ใบย่อยคู่ข้างเบี้ยว กว้าง 7-13 ซม. ยาว 13-19 ซม. ปลายใบกวาวเครือขาวเรียวแหลมโคนใบรูปลิ่ม หรือตัด
  • ดอกกวาวเครือขาว ดอกช่อแยกแขนง ออกที่ซอกใบ และปลายกิ่ง กวาวเครือขาว ยาวได้ถึง 29 ซม. ดอกรูปดอกถั่ว สีม่วง
  • ผลกวาวเครือขาว ผลเป็นฝัก รูปขอบขนาน กว้างได้ถึง 6 มม. ยาวได้ถึง 2.5 ซม. ผิวมีขนเมล็ดรูปคล้ายโล่ แบน สีม่วงแกมน้ำตาล

ส่วนที่ใช้เป็นยา : หัว, เปลือกเถา

สรรพคุณกวาวเครือขาว :

  • หัว บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้อ่อนเพลีย ผอมแห้ง นอนไม่หลับ มีฮอร์โมนเพศหญิงสูง ทาหรือรับประทานทำให้เต้านมขยายตัว เส้นผมดกดำ เพิ่มเส้นผม เป็นยาปรับรอบเดือน บำรุงความกำหนัด บำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้เจริญ แก้โรคตาฟาง ต้อกระจก ทำให้ความจำดี บำรุงโลหิต กินได้นอนหลับ ผิวหนังเต่งตึงมีน้ำมีนวล ถ้ารับประทานเกินขนาดจะเป็นอันตรายได้ ทำให้มีอาการมึนเมา คลื่นไส้อาเจียน อาจทำให้แท้งบุตรได้
  • เปลือกเถา แก้พิษงู ในพม่าใช้ หัว เป็นยาอายุวัฒนะของทั้งหญิงและชาย แต่ไม่เหมาะกับคนหนุ่มสาว โดยเฉพาะหญิงวัยเจริญพันธุ์