ชื่ออื่น : กล้วยน้ำไท, กล้วยหอมเล็ก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Musa (AA group) “Kluai Nam Thai” 
ชื่อวงศ์ : MUSACEAE

กล้วยน้ำไท กล้วยน้ำไท

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • กล้วยน้ำไท ลำต้นสูงประมาณ 2.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นเทียมมากกว่า 15 เซนติเมตร กาบลำต้นเทียมด้านนอกมีประสีดำ ที่โคนมีสีชมพูอมแดง
  • ใบกล้วยน้ำไท ก้านใบตั้ง มีร่องกว้าง มีปีกสีชมพู เส้นกลางใบมีสีชมพูอมแดง ก้านช่อดอกมีขน ใบประดับรูปไข่ค่อนข้างยาว สีด้านบนสีม่วงอมแดง สีด้านล่างสีซีด ปลายใบประดับแหลม ม้วนขึ้น การเรียงของใบประดับไม่ซ้อนกันนัก
  • ดอก(ปลีกล้วยน้ำไท ก้านช่อดอกมีขน ปลีรูปไข่ค่อนข้าวยาว ปลายแหลม ด้านบนสีม่วงอมแดง ด้านล่างสีซีด
  • ผลกล้วยน้ำไท เครือหนึ่งมีประมาณ 5-8 หวี หวี หนึ่งมี 12 – 18 ผล ผลมีขนาดใกล้เคียงกับกล้วยหอมจันทน์ ขนาดผลใกล้เคียงกับกล้วยหอมจันทน์ ปลายผลมีจุกและมักมีก้านเกสรตัวเมียติด เปลือกหนา กลิ่นหอม เมื่อสุกมีสีเหลืองเข้ม และมีจุดดำเล็กๆ คล้ายกล้วยไข่ เนื้อเหลืองอมส้มรสชาติหวาน ไม่มีเมล็ด

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ผล

สรรพคุณ กล้วยน้ำไท :

  • ผล สุกสีส้มอมเหลือง กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นดอกไม้
    นำผลสุกมาทำเป็นยาอายุวัฒนะ แม้กล้วยน้ำไทตัวเดียวก็ทำเป็นยาอายุวัฒนะทานได้ โดยนำผลกล้วยสุกปอกเปลือก แช่น้ำผึ้ง ดองในโหลแก้วที่ปิดสนิททิ้งไว้ 7 วัน จึงนำมารับประทานบำรุงร่างกาย วิธีนี้ช่วยถนอมยาให้เก็บไว้ได้นาน
    นอกจากนี้เปลือกดิบของกล้วยน้ำไทยังใช้ทาข้างในปากเด็กที่เป็นละอองขาวดีมาก
    ถ้านำไปเผาเป็นขี้เถ้าทาแก้ปวดเมื่อยตามข้อได้ดี

กล้วยน้ำไท

กล้วยน้ำไทยเป็นกล้วยที่หายากและเป็นกล้วยโบราณ เมื่อผลสุกนำมาเป็นยาอายุวัฒนะ ในตำรับยาลูกแปลกแม่ เพราะแม่เห็นลูกนำผลกล้วยสุกมาใส่โหลและราดด้วยน้ำผึ้งไว้ และออกไปทำธุระต่างเมื่อง แม่เห็นจึงหยิบมารับประทานแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือน บุตรสาวบุตรชายกลับมาถึงบ้านจำแม่ไม่ได้ เพราะแม่สาวขึ้น แข็งแรงขึ้น อยากเรียกคืนความเป็นหนุ่มเป็นสาว และต้องการมีอายุยืน มีอายุเป็นร้อยไป แนะนำกินกล้วยน้ำไท
ปรุงเป็นยาเจริญอายุ ให้เอาเนื้อผลกล้วยน้ำไทยสุกเท่าอายุของผู้ที่จะรับประทานเรียงใส่โหลหรือขวด แล้วเอาน้ำผึ้งป่า (ผึ้งรวง ผึ้งหลวง) เทใส่ให้ท่วมผลกล้วย ปิดผนึกฝาโหลหรือขวดอย่าให้อากาศเข้าได้ นำไปไว้ที่หน้าพระประธานในโบสถ์ ตั้งแต่วันเข้าพรรษาจนถึงวันออกพรรษา แล้วเอามารับประทานวันละ ๑ ผลจนหมด ร่างกายจะแข็งแรงอายุยืนวิเศษนัก
แหล่งที่มาChaiyut Boontarikrat
บทความก่อนหน้านี้กล้วยตีบ
บทความถัดไปกล้วย