กล้วยตีบ

388

ชื่ออื่น :   ตีบดำ, อีตีบ, กล้วยตีบน้อย
ชื่อวิทยาศาสตร์  :
 Musa X paradisiaca L. (ABB group) “Tib-Ta-Nod”
ชื่อวงศ์ : Musaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • กล้วยตีบ เป็นลูกผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี  ลำต้นเทียมสูง 3-4 เมตร เส้นผ่าศูนย์ กลางประมาณ 20 ซม. สีเขียวไม่มีปื้นดำ
    กาบลำต้นด้านในสีเขียว ก้านใบสีเขียว ก้านสั้นกว่าก้านใบกล้วยตานีและมักไม่มีร่อง
  • ใบกล้วยตีบ เป็นใบเดี่ยว ลักษณะคล้ายกล้วยตานี ท้องใบมีสีนวลขาว ใบสั้นและเล็กกว่าใบกล้วยตานี ที่สำคัญ “กล้วยตีบ” จะดูคล้ายต้นกล้วยใกล้จะตาย จะบำรุงอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น จะดูเหมือนกับต้นกล้วยโทรมๆ ตลอดเวลา
  • ดอกกล้วยตีบ(ปลี) ก้านช่อดอก หรือเครือเป็นสีเขียว ไม่มี ขน ใบประดับปลีค่อนข้างป้อมสั้น ปลายมน ด้านบนเป็นสีแดงอมม่วง มีนวล ด้านล่างสีแดงเข้มสดใส เมื่อใบประดับกางและจะม้วนงอ
  • ผลกล้วยตีบ เครือหนึ่ง จะมีหวีเพียง 1-2 หวีเท่านั้น แต่ละหวีจะมีผลประมาณ 7-8 ผล ไม่เกิน 10 ผล ผลสุกเป็นสีเหลือง เช่นเดียวกับผลกล้วยตานี แต่เล็กกว่า รสชาติฝาดปนเย็น ผลงอเล็กน้อย ปลายผลมีจุกใหญ่ ผลมีเหลี่ยม 5 เหลี่ยม กินผลสุกเป็นผลไม้ สำหรับกล้วยตีบเหมาะที่จะรับประทานผลสด  เพราะเมื่อนำไปย่าง หรือต้มจะมีรสฝาด

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ราก, ใบ

สรรพคุณกล้วยตีบ :

  • รากกล้วยตีบ ใช้แก้ร้อนใน
  • ใบกล้วยตีบ ใช้มวนยาสูบแก้ริดสีดวงจมูก ต้มน้ำอาบแก้ผื่นคัน น้ำที่คั้นจากใบหรือน้ำต้มใบใช้เป็นน้ำกระสายยา