กฤษณา

342

ชื่ออื่น ๆ : ไม้หอม (ภาคตะวันออก) , กายูกาฮู, กายูการู (ปัตตานี-ภาคใต้)
ชื่อสามัญ : Aloe-Wood, Agarwood, Eagle-Wood, Akyaw, Aglia, Lignum-Aloes
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aquilaria crassna  Pierre ex Lecomte
ชื่อวงศ์ : THYMELAEACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นกฤษณา เป็นไม้ต้น สูง 18-30 เมตร เปลือกสีเทา แตกเป็นร่องยาวตื้นๆ ตามกิ่งอ่อนมีขนสีขาวปกคลุม
  • ใบกฤษณา เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-11 ซม. โคนใบมน ปลายใบเป็นติ่งแหลม แผ่นใบค่อนข้างหนา เรียบเกลี้ยง สีเขียว มีขนประปรายตามเส้นใบด้านล่าง ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 0.2-0.7 ซม.
  • ดอกกฤษณา ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกสีเขียวอมเหลือง กลีบเลี้ยงโคนติดกันเป็นหลอดสั้น ปลายแยกเป็น 5 แฉก ติดทน กลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้มี 10 อัน
  • ผลกฤษณา รูปกลมรี มีเส้นแคบตามยาวของผล ผิวขรุขระเป็นลายสีเขียว มีขนละเอียดสั้นคล้ายกำมะหยี่ พอแก่แตกอ้าออก เมล็ดกลมรี สีน้ำตาลเข้ม มี 1-2 เมล็ด

ส่วนที่ใช้เป็นยา เนื้อไม้,  แก่น,  และชัน

สรรพคุณกฤษณา :

  • เนื้อไม้  รสขม หอม เป็นยาบำรุงหัวใจ (คือมีอาการหน้าเขียวตาเขียว) ช่วยตับ ปอด ให้เป็นปกติ แพทย์ตามชนบทใช้ปรุงเป็นยาหอมแก้ลมหน้ามืดวิงเวียน ผสมเครื่องหอมทุกชนิด ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องหอม เช่น ธูปหอม น้ำอบไทย สุมศีรษะ แก้ลมทรางสำหรับเด็ก รับประทานให้ชุ่มชื่นหัวใจ กฤษณาชนิด Aquilaria agallocha ใช้เนื้อไม้เป็นยารักษาโรคปวดข้อ
  • น้ำมันจากเมล็ด  รักษาโรคเรื้อน และโรคผิวหนังได้