กระต่ายจันทร์

57

ชื่ออื่น ๆ : หญ้าจาม(เชียงใหม่), กะต่าย, หญ้ากะต่ายจาม, หญ้าต่ายจาม, กะต่ายจาม, กระต่ายจาม(ภาคกลาง), หญ้ากระจาม(สุราษฎร์), หญ้าจาม(ชุมพร), เหมือดโลด(นคาราชสีมา), โฮ่วเกี๋ยอึ้มเจี๋ยะเช้า (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Centipeda minima (Linn.) A.Br. & Ascher.
ชื่อวงศ์ : COMPOSITAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นกระต่ายจันทร์ เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีลำต้นทอดนอนไปตามพื้นดินที่ชื้นเย็น ขนาดเล็ก ส่วนปลายจะแตกกิ่งก้านชูตั้งขึ้น ลำต้นที่อ่อนบางต้นก็จะมีขนยุ่ง หรือบางต้นก็ค่อนข้างเรียบ
  • ใบกระต่ายจันทร์ ออกดก ลักษณะของใบเล็ก โคนใบสอบแคบ ปลายใบมน ริมขอบใบเว้าหยักเป็นง่าม ข้างละ 2-3 หยัก ขนาดของใบกว้างประมาณ 2-7 มม. ยาวประมาณ 4-22 มม. ใบอ่อนใต้ท้องใบมีขน พอแก่ขนนั้นก็จะหลุดออกเกลี้ยง
  • ดอกกระต่ายจันทร์ ออกเป็นกระจุก ตามบริเวณง่ามใบของมัน ลักษณะของดอกค่อนข้างกลมแบน ปลายกลมจักเป็นซี่ ๆ ขนาดของดอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-4 มม. วงนอกของดอกมีกลีบดอกเป็นสีขาว ดอกวงในมีกลีบดอกเป็นสีเหลือง หรืแต้มสีม่วง ฐานดอกจะนูนไม่มีก้านดอก
  • เมล็ดกระต่ายจันทร์ มีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ยาว 1 มม. ส่วนปลายจะหนา เปลือกนอกมีขนเล็กน้อยสีขาว

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ลำต้น, ใบ, เมล็ด

สรรพคุณกระต่ายจันทร์ :

  • ลำต้น รสเฝื่อนหอม เป็นยาแก้ระงับพิษ ดับพิษสุรา แก้โรคเยื่อบุตาอักเสบ บำรุงสายตาดี ริดสีดวงทวาร โรคมาลาเรีย ฟันผุ เกี่ยวกับทางเดินอาหาร ใส่แผล วิธีการใช้ ด้วยนำเอาลำต้นที่แห้งทำเป็นยาชง ดื่มกิน หรืออาจใช้ลำต้นสด เอามาตำให้ละเอียดแล้วทำเป็นยาพอกที่แก้มแก้โรคปวดฟัน
  • ใบและเมล็ด รสเฝื่อนหอม ใช้บดเป็นผงเป็นยาทำให้จาม
  • เมล็ด รสเฝื่อนหอม ใช้เป็นยาขับพยาธิ