กระดอม

113

ชื่ออื่น : ขี้กาดง, ขี้กาน้อย(สระบุรี), ขี้กาเหลี่ยม (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), ขี้กาลาย (นครราชสีมา), ผักแคบป่า (น่าน), มะนอยจา (ภาคเหนือ), มะนอยหก, มะนอยหกฟ้า (แม่ฮ่องสอน), ผักขาว (เชียงใหม่), ดอม (นครศรีธรรมราช)
ชื่อวิทยาศาสตร์Gymnopetalum chinensis (Lour.) Merr.
ชื่อวงศ์ : Cucurbitaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นกระดอม เป็นไม้เถา ลำต้นเป็นร่อง และมีมือเกาะ (tendril)
  • ใบกระดอม เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ มีรูปร่างต่างๆ กัน มีตั้งแต่รูปไตจนถึงรูปสามเหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หรือเป็นแฉก โคนเว้าลึกเป็นรูปหัวใจ โคนใบเว้าลึกเป็นรูปหัวใจ
  • ดอกกระดอม ดอกแยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ใบประดับยาว 1.5-2 ซม. ขอบจักเป็นแฉกลึกแหลม ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อ กลีบเลี้ยงติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็นแฉกรูปใบหอก 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ สีขาว โคนติดกันเล็กน้อย เกสรเพศผู้ 3 อัน ดอกเพศเมียออกเดี่ยวๆ กลีบเลี้ยง และกลีบดอกมีลักษณะเหมือนดอกเพศผู้ รังไข่มีช่อเดียว ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 3 แฉก
  • ผลกระดอม ผลสุกสีแดงอมส้ม ผลแก่สีเขียว รูปไข่แกมรูปขอบขนาน ผิวสาก มีสัน 10 สัน เนื้อสีเขียว เมล็ดรูปรี

ส่วนที่ใช้เป็นยา : เมล็ด, ผล

สรรพคุณกระดอม :

  • เมล็ด น้ำต้ม รับประทานเป็นยาลดไข้ แก้พิษสำแดง เป็นยาถอนพิษจากการกินผลไม้ที่เป็นพิษบางชนิด ถอนพิษจากพืชพิษ ขับน้ำลาย ช่วยย่อยอาหาร ขับน้ำดี บำรุงธาตุ รักษาโรคในการแท้งลูก
  • ผล บำรุงน้ำดี ผลอ่อน รสขม บำรุงน้ำดี แก้ดีแห้ง ดีฝ่อ คลั่งเพ้อ คุ้มดีคุ้มร้าย เจริญอาหาร แก้สะอึก ดับพิษโลหิต บำรุงมดลูก แก้ไข้ รักษามดลูกหลังการแท้ง หรือการคลอดบุตร แก้มดลูกอักเสบ ถอนพิษผิดสำแดง ต้มน้ำดื่ม บำรุงโลหิต
  • ทั้งห้าส่วน บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ถอนพิษผิดสำแดง แก้ไข้กลับไข้ซ้ำ รักษามดลูกหลังจากการคลอดบุตร เจริญอาหาร บำรุงน้ำดี บำรุงน้ำนม แก้ไข้ แก้ไข้จับสั่น ดับพิษร้อน

ข้อควรระวัง:

ผลอ่อนกินได้ ผลแก่และผลสุกมีพิษห้ามรับประทาน