ชื่ออื่น ๆ : กระชายดำ(ภาคกลาง), ขิงทราย(มหาสารคาม), ว่านกั้นบัง, ว่านกำบัง, ว่านกำบังภัย, ว่านพญานกยูง, ว่านจังงัง, กะแอน, ระแอน(ภาคเหนือ)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kaempferia parviflora Wall. ex Baker
ชื่อวงศ์ : ZINGLBERACEAE

กระชายดำ กระชายดำ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้นกระชายดำ เป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี มีเหง้าใต้ดิน สีม่วงดำ
  • ใบกระชายดำ  ใบเดี่ยว รูปไข่ หรือรูปรี กว้าง 5-10 เซนติเมตร 10-15 เซนติเมตร
  • ดอกกระชายดำ ออกเป็นช่อแทรกที่โคนกาบใบ ก้านช่อยาว 5-6 เซนติเมตร กลีบดอกส่วนโคนเชื่อมเป็นหลอด ยาว 3-3.2 เซนติเมตร ปลายแยกเป็นแฉก เกสรเพศผู้เป็นหมัน สีขาว รูปขอบขนาน กว้าง 3 มิลลิเมตร ยาว 10-13 มิลลิเมตร กลีบปากสีม่วง

ส่วนที่ใช้เป็นยา : รากเหง้า หรือหัวที่อยู่ในดิน

สรรพคุณ กระชายดำ :

  • เหง้าใต้ดิน ใช้บำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อยและอาการเหนื่อยล้า  และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ  ขับลม เป็นยาอายุวัฒนะ (เชื่อว่าช่วยบำรุงสมรรถภาพทางเพศชาย) แก้จุกเสียด แก้ปวดท้อง  หรือโขลกกับเหล้าขาวคั้นน้ำดื่ม แก้โรคมดลูกพิการ มดลูกหย่อน ใช้กวาดคอเด็ก แก้โรคตานซางในเด็ก หรือต้มดื่มแก้โรคตา
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย