ยาแก้โรคหืด

ยาแก้โรคหืด

ขนานที่ ๑

ท่านให้เอา ผมคน (ผมบนศีรษะคน) จำนวนมากพอสมควร นำมาล้างน้ำให้สะอาด ตากแดดให้แห้ง คั่วไฟให้ไหม้ บดเป็นผง ผสมกับ สุรา พอประมาณ ใช้รับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา วันละครั้ง (เวลาโรคหืดกำลังกำเริบ ไม่ควรรับประทานยานี้) ประมาณ ๗ วันเท่านั้น โรคหืดที่เป็นมาไม่เกิน ๕ ปี จะหายขาดแล เจ้าของยาขนานนี้ได้ใช้รักษาตัวเองหายขาดมาแล้ว มีสรรพคุณชะงัดนักแลฯ

พระราชโมลี วัดราชโอรสาราม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

ขนานที่ ๒

ท่านให้เอา แก่นลั่นทม จำนวนมากพอสมควร นำมาสับให้ละเอียด ใส่กระทะต้มกับน้ำพอสมควร แล้วกรองเอาน้ำมาเคี่ยวให้เป็นยางเหนียว (พอปั้นเป็นลูกกลอนได้) ผสมกับ สุราอย่างดี ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา ใช้รับประทาน มีสรรพคุณแก้โรคหืดให้หายขาด ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ

พระครูปัญญาสารคณี วัดแสวงหา อ.แสวงหา อ่างทอง

ขนานที่ ๓

ท่านให้จัดเครื่องพลีเป็นกะทงเล็กๆ ๑ กะทง ใส่อาหารคาวหวาน พร้อมกับดอกไม้ ธูป เทียน โดยจุดธูป ๑ ดอก จุดเทียน ๑ เล่ม ถือกะทงเดินตรงไปที่กอตะไคร้ (ห้ามเหลียวหลัง เหลียวซ้าย แลขวา อย่างเด็ดขาด) เมื่อเดินไปถึงที่กอตะไคร้แล้ว วางเครื่องพลีลงบูชาที่กอตะไคร้นั้น แล้วประณมมือพูดเองเออเองว่า “คุณหมอจ๋า ลูกป่วยเป็นโรคหืดหอบ มาขอยาจากคุณหมอจ๊ะ” ตอบเองว่า “เออ เอาไปต้มกิน โรคหืดหายขาดแล” แล้วใช้มือทั้ง ๒ จับต้นตะไคร้ที่หมายตาไว้ (เพียงต้นเดียว) ถอนขึ้น สะบัดดินให้หลุดไปแล้ว พับปลายยอดกับโคนต้นเข้าหากัน เอาเชือกผูกมัดเป็น ๓ เปลาะ ไม่ต้องล้างน้ำ นำมาใส่หม้อดินต้มกับน้ำ ๓ แก้ว ต้มเคี่ยวให้เหลือน้ำ ๑ แก้ง ใช้น้ำยารับประทานครั้งเดียวให้หมด มีสรรพคุณแก้โรคหืดให้หายขาดแล ได้ใช้รักษาหายขาดมาทุกรายแลฯ

พระครูอดุลบรรณสาร วัดไกลกังวล อ.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์

ขนานที่ ๔

ท่านให้เอา แมลงป่องช้าง ๘ ตัว นำมาคั่วไฟให้ไหม้กรอบแล้ว บดให้ละเอียด ผสมกับ สุรา ใช้รับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา วันละ ๒-๓ ครั้ง มีสรรพคุณแก้โรคหืดให้หายขาด ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ

วิทยาทานสงวนนาม

ขนานที่ ๕

ท่านให้เอา เนื้อหมู ๓ ชั้น นำมาใส่ไว้ในรังมดแดง ประมาณ ๒๐ ชั่วโมง แล้วนำเอาเนื้อหมูนั้นมาสับให้ละเอียด แกงกับยอดตำลึง ใช้รับประทานทั้งเนื้อและน้ำยา ทำรับประทานเพียง ๒-๓ ครั้งเท่านั้น โรคหืดจะหายขาดแลฯ

ร.ต.อ. เปี่ยม บุญยะโชติ กรุงเทพมหานคร

ขนานที่ ๖

ท่านให้เอา ใบหนาด ๔ ใบ รากมะดัน หนัก ๑๐ บาท สารส้ม หนัก ๑ บาท ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้ นำมาตำเป็นผง ใช้ชงน้ำร้อนรับประทานต่างน้ำชา มีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ ละลายเสมหะ ตัดรากโรคหืด ให้หายขาด ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ

วิทยาทานสงวนนาม

ขนานที่ ๗

ท่านให้เอา ต้นตำแยทั้งห้า (เอาทั้งต้นตลอดถึงราก) จำนวนมากพอสมควร นำมาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียด คั้นเอาเฉพาะน้ำ ผสมกับ น้ำผึ้งแท้ (เอาอย่างละเท่าๆกัน) ใช้รับประทานครั้งละ ๑ แก้ว มีสรรพคุณจะทำให้อาเจียนจนรังหืดออกมา เคยใช้รักษาได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ

พระครูปลัดสมบัติ วัดปากง่าม อ.บางคนที สมุทรสงคราม

ขนานที่ ๘

ท่านให้เอา ต้นลูกใต้ใบทั้งห้า (เอาทั้งต้นตลอดถึงราก) จำนวนมากพอสมควร นำมาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียด ผสมกับ น้ำต้มสุกคั้นเอาเฉพาะน้ำยา ใช้รับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา วันละ ๑ ครั้ง เป็นเวลา ๓ วัน มีสรรพคุณแก้โรคหืด ซึ่งกำลังกำเริบอยู่ให้หยุดทันที เคยใช้รักษาได้ผลดีมามากแล้วฯ

คุณประมุข สุขทรัพย์ศรี กรุงเทพมหานคร

ขนานที่ ๙

ท่านให้เอา ข้าวหมาก (ข้าวหมากที่นิยมรับประทานกับข้าวเหนียวตัว) ๑ ถ้วยชา กับ หนังปลากะเบน (เผาให้ไหม้กรอบ บดให้ละเอียด) หนัก ๑ บาท ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้ นำมาผสมกัน ใช้รับประทานให้หมดทั้งถ้วยเพียงครั้งเดียว มีสรรพคุณแก้โรคหืดให้หายขาด เคยใช้รักษาได้ผลดีอย่างชะงัดมาแล้วฯ

พระครูใบฎีกาติก อหึงสโก อ.เมือง สมุทรปราการ

ขนานที่ ๑๐

ท่านให้เอา เนื้อจระเข้ (สดๆ) จำนวนมากพอสมควร นำมาผัดกับพริกเครื่องแกง ผสมกับ สุรา พอสมควร ใช้รับประทานพร้อมกับข้าวสุก เพียง ๓-๔ ครั้งเท่านั้น โรคหืดจะหายขาดไปแล มีสรรพคุณชะงัดยิ่งนักแล เคยใช้รักษาได้ผลดีมามากแล้วฯ

พระครูพิศิษฏ์ธรรมวาที วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

ขนานที่ ๑๑

ท่านให้เอา เมล็ดบวบ (บวบที่ใช้ปรุงอาหาร) ที่ตากแดดแห้งแล้ว นำมาแกะเอาเฉพาะเนื้อข้างใน จำนวนมากน้อยตามต้องการ ตำให้ละเอียด ผสมกับ สุรา ใช้รับประทาน ๓ ครั้ง โดยมีกำหนดปริมาณยา และ ระยะเวลา ดังนี้ .-ครั้งที่ ๑ ท่านให้เอา เนื้อในเมล็ดบวบ หนัก ๑ สลึง ผสมกับ สุรา ๑ ก๊ง ใช้รับประทานให้หมด

ครั้งที่ ๒ ท่านให้เอา เนื้อในเมล็ดบวบ หนัก ๒ สลึง ผสมกับ สุรา ๑ ก๊ง ใช้รับประทานให้หมด ระยะห่างจากครั้งที่ ๑ เป็นเวลา ๑ วัน คือ กินวันเว้นวัน

ครั้งที่ ๓ ท่านให้เอา เนื้อในเมล็ดบวบ หนัก ๓ สลึง ผสมกับ สุรา ๑ ก๊ง ใช้รับประทานให้หมด ระยะห่างจากครั้งที่ ๒ เป็นเวลา ๑ วัน คือ กินวันเว้นวัน

เมื่อรับประทานยานี้เข้าไปแล้ว จะทำให้เกิดอาการอาเจียนมาก จนรังหืดออกมา จึงต้องกำหนดน้ำหนักของยา และ เวลารับประทานยาให้ห่างกันวันเว้นวัน ผู้ป่วยที่มีสุขภาพอ่อนแอ ไม่ควนใช้ยาขนานนี้เด็ดขาดฯ

พระอธิการเจริญ วรวุฑฺโฒ วัดเจ็ดเสมือน ราชบุรี

ขนานที่ ๑๒

ท่านให้เอา ยาสูบ (ยาฉุนที่ใช้มวนกับใบตองหรือใบจากสูบ) กับ ปูนขาว ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้เอาหนักอย่างละเท่าๆกัน ไข่ไก่ ๒-๓ ฟอง (ทุบเอาเฉพาะไข่ขาว) ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้ นำมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดีแล้ว ใช้พอกที่กลางหลัง ตรงกระเบนเหน็บ เมื่อพอกยาขนานนี้แล้ว จะเกิดอาการอาเจียนออกมาเป็นสีขาว-เป็นสีเหลือง-เป็นสีเขียว-เป็นสีเขียวอ่อน รังหืดจะออกมาพร้อมกับอาเจียนสีเขียวอ่อน เมื่อรังหืดออกมาแล้ว ให้รีบแกะยาที่พอกออกทันทีในระหว่างที่อาเจียนอยู่นั้น ให้ดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนมากๆหรือ ให้เอาหญ้าไทร นำมาต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารับประทาน ประมาณ ๑ แก้ว คนป่วยที่มีสุขภาพอ่อนแอ ห้ามรับประทานยาขนานนี้อย่างเด็ดขาด เพราะกำลังกายต่อต้านไม่เพียงพอ อาจเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้ มีสรรพคุณแก้โรคหืดให้หายขาดได้อย่างชะงัดนักแลฯ

พระอธิการกุศล ถิรธมฺโม วัดหนองกระทู้ (สมานสามัคคี) อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี

ขนานที่ ๑๓

ท่านให้เอา ไข่ไก่สด (ชนิดที่มีเชื้อตัวผู้ ฟักเป็นตัวได้) กับ น้ำส้มสายชู (ชนิดกลั่น) นำมาผสมกัน โดยทุบไข่ไก่สด ๑ ฟอง ใส่ลงในแก้ว ใส่น้ำส้มสายชู ๒ ช้อนโต๊ะ ลงผสมกัน กวนให้เข้ากันดีแล้ว ใช้รับประทานเวลาก่อนอาหารเช้า ทุกวัน เป็นเวลา ๑๕ วัน อาการโรคหืดหอบจะบรรเทาลง ถ้าเป็นมาก ให้ปรุงยานี้รับประทานเวลาก่อนอาหารเช้า-เย็น วันละ ๒ ครั้ง ทุกวันเป็นเวลา ๑๕ วัน อาการโรคหืดหอบจะดีขึ้นมาก ต่อจากนั้น ให้ปรุงยานี้รับประทานเวลาก่อนอาหารเช้า ทุกวัน วันละ ๑ ครั้ง เป็นเวลา ๗๕ วัน รวมเป็นเวลา ๙๐ วัน โรคหืดหอบจะหายขาดแล ยาขนานนี้มีสรรพคุณชะงัดนักแล เคยใช้รักษาได้ผลดีมามากแล้วฯ

ตำรายาของพระธุดงค์ (หมอชาวบ้าน)

ขนานที่ ๑๔

ท่านให้เอา เถาวัลย์เปรียง ๑ ใบมะคำไก่ ๑ ฝาง ๑ หัวแห้วหมู ๑ ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้ เอาหนักอย่างละ ๒ สลึงเท่ากัน แสมสาร หนัก ๖ สลึง ตัวยาทั้ง ๕ อย่างนี้นำมาใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา เพียง ๔-๕ ครั้ง โรคหืดหอบจะหายขาดไปแล มีสรรพคุณชะงัดนักแลฯ

วิทยาทานสงวนนาม

ขนานที่ ๑๕

ท่านให้เอา ขมิ้นอ้อย ๑ ยาฉุน (ยาเส้นที่ใช้มวนกับกับใบตอง หรือใบจากสูบ) ๑ ปูนขาว ๑ ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้เอาหนักอย่างละ ๘ บาทเท่ากัน นำมาตำผสมกันให้ละเอียด ใช้พอกที่หน้าแข้ง (ข้างขวา หรือ ข้างซ้ายก็ได้) ใช้ผ้าพันไว้ ชั่วเวลาประมาณ ๓๐ นาที จะทำให้เกิดอาเจียนเอาเชื้อโรคหืดออกมาจนหมด ยาขนานนี้ คนมีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ห้ามใช้รักษา เพราะกำลังไม่พอ จะเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ฯ

พระครูสุวรรณธีรคุณ วัดตรีบุญญาราม อ.พระพุทธบาท สระบุรี

ขนานที่ ๑๖

ท่านให้เอา ใบต้นตองแตก ๕ ใบ นำมาล้างน้ำให้สะอาด ลงด้วยพระเจ้า ๕ พระองค์ (คือ นะ โม พุท ธา ยะ ทุกใบ) ตำให้ละเอียด คั้นเอาเฉพาะน้ำยา ผสมกับ ปูนขาว (ร่อนเอาเฉพาะที่ละเอียด) ปั้นเป็นเม็ดขนาดเท่าไข่จิ้งจก ใช้รับประทานกับ น้ำผึ้ง เวลาก่อนเกิดอาการหอบ วันละครั้ง เพียง ๓ วันเท่านั้น โรคหืดหอบจะหายขาด ยาขนานนี้ให้ใช้รักษาผู้ป่วยมีอายุไม่เกิน ๔๐ ปี โรคหืดหอบจะพลันหายไปเป็นปลิดทิ้งทันที มีสรรพคุณชะงัดยิ่งนักแลฯ

พระบุญชอบ อนุกมฺปโก วัดลาดชะโด อ.ผักไห่ อยุธยา

ขนานที่ ๑๗

ท่านให้เอา หัวกระชาย ๑ ผิวมะกรูด ๑ ต้นการบูรทั้งห้า (เอาทั้งต้นตลอดถึงราก) ๑ กระเพราะแดง ๑ ชิง ๑ ตัวยาทั้ง ๕ อย่างนี้เอาหนักอย่างละเท่าๆกัน นำมาตากแดดให้แห้ง บดเป็นผง ผสมกับ น้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา ใช้รับประทานครั้งละ ๒ เม็ด เวลาก่อนอาหารเช้า-เย็น มีสรรพคุณแก้โรคหืดหอบ ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ

พระอธิการไพรัช ภูริปญฺโญ วัดหนองสรวง อ.วิหารแดง สระบุรี

ขนานที่ ๑๘

ท่านให้เอา ปูเค็ม (ปูแสมที่ดองเป็นปูเค็ม) ๕ ตัว นำมาคั่วไฟในหม้อดินให้ปูสุกไหม้เกรียม บดให้ละเอียด ผสมกับ น้ำข้าวต้ม ๓ ช้อนโต๊ะ กวนให้เข้ากัน ใช้รับประทานวันละ ๔ เวลา อาการโรคหืดหอบจะหายไปภายใน ๓ วัน มีสรรพคุณชะงัดนักแลฯ

พระบุญเลิศ จนฺทสโร วัดบ้านลาด อ.หนองแค สระบุรี

ขนานที่ ๑๙

ท่านให้เอา เถาวัลย์เปรียง หนัก ๓ บาท ผักเป็ดแดง หนัก ๓ บาท ต้นสำมะงา หนัก ๓ บาท การบูร หนัก ๑ บาท ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้ นำมาใส่หม้อดินต้มกับน้ำ ๑ ส่วน สุรา ๑ ส่วน หรือ จะใช้น้ำ ๒ ส่วน สุรา ๑ ส่วนก็ได้ ใช้น้ำยารับประทานเวลาก่อนอาหารเช้า-เย็น มีสรรพคุณแก้โรคหืดหอบ ใช้รักษาได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เคยใช้รักษาหายมาหลายคนแล้วฯ

พระครูปัญญาวัชรากร วัดหนองปลาไหล เพชรบุรี

ขนานที่ ๒๐

ท่านให้เอา หัวข่า ๑ กำมือ ใบมะกา ๑ กำมือ ข้าวเปลือกข้าวเจ้า ๓ หยิบมือ ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้ นำมาใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารับประทานเวลาก่อนอาหารเช้า-เย็น วันละ ๒ เวลา ทุกวันติดต่อกันประมาณ ๓๐ วัน โรคหืดจะหายไป มีสรรพคุณชะงัดนักแล เคยใช้รักษาหายมาหลายคนแล้วฯ

พระครูปัญญาวัชรากร วัดหนองปลาไหล เพชรบุรี

ขนานที่ ๒๑

ท่านให้เอา หัวกระเทียม ๑๐๘ กลีบ พริกไทยร่อน ๑๐๘ เม็ด หัวแห้วหมู ๑๐๘ หัว ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้ นำมาตำให้ละเอียด ผสมกับ น้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดข้าวโพด ใช้รับประทานครั้งละ ๒-๓ เม็ด เวลาเช้า-เย็น และก่อนนอน วันละ ๓ ครั้ง มีสรพคุณแก้โรคหืดที่เริ่มเป็นมาไม่นาน ได้ผลดีอย่างชะงัดนักแลฯ

พระครูอินทสารสุนทร วัดนิลเพชร อ.บางเลน นครปฐม