กระสายยา

กระสายยา กระสายยา  คือ   น้ำหรือของเหลวที่ใช่สำหรับละลายยา  โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อให้ กลืนยาง่าย  ไม่ฝืดหรือติดคอ และช่วยแต่งให้มีรส  สี  กลิ่น  น่ารับประทาน 2) เพื่อช่วยให้ยามีฤทธิ์ตรงต่อโรค  นำฤทธิ์ยาให้แล่นเร็ว  ทันต่ออากาศของโรค 3) เพื่อเพิ่มสรรพคุณของยา  ให้มีฤทธิ์แรงขึ้น หรือให้มีฤทธิ์ช่วยตัวยาหลัก ในการรักษาอาการข้างเคียง น้ำกระสายยาแก้โรคต่างๆ 1)  แก้อาเจียน  ใช้ลูกยอหมกไฟ  ต้มเอาน้ำเป็นกระสายยา  หรือเอาลูกผักชีและเทียนดำ ต้มเอาเป็นกระสายยา 2)  แก้อาเจียนเป็นเลือด ...

วิธีปรุงยา

เภสัชกรรม  คือ  รู้จักการปรุงยา  ผสมเครื่องยาหรือตัวยาตามที่กำหนดในตำรับยา  หรือตามใบสั่งยา วิธีปรุงยา การปรุงยาตามตำราแพทย์แผนโบราณ คงจะเข้าใจดีว่า การปรุงยา ก็หมายถึง การผสม การผสมนี้ก็ต้องใช้วัตถุต่างๆตามความต้องการของแพทย์และเภสัชกรเพื่อนำเอามาแปรสภาพให้เป็นยารักษาและป้องกันโรคที่เกิดขึ้น ให้มีสรรพคุณแรงพอที่จะบำบัดโรคได้  เภสัชกรก็คือเป็นผู้ที่รอบรู้มนวิชาเภสัชกรรมได้ดี  รู้ซึ้งถึงวัตถุต่างๆว่ามีรูปร่างลักษณะมีฤทธิ์ที่จะแก้โรคได้อย่างไรและเป็น ผู้แปรสภาพวัตถุต่างๆ ให้กลายเป็นยารักษาโรคได้ การปรุงยา  เภสัชกรต้องมึวามเข้าใจต่อตัวยา  การประสมประสานตัวยานั้น มีความหมายอย่าไร หรือตัวยาจะมีความสัมพันธ์กัน  หรือมีฤทธิ์ต่อต้านกัน  หรือจะเสริมฤทธิ์  ทำให้มีอาการ    ข้างเคียงเกิดขึ้นในเมื่อใช้ต่อผู้ป่วย หรือไม่มีฤทธิ์พอจะทำลายโรคได้ ตัวยาหรือวัตถุต่างๆ...

การสะตุ

การสะตุ  การสะตุ  คือ  การทำให้ตัวยามีฤทธิ์อ่อนลง  หรือทำให้พิษของตัวยาน้อยลง  หรือ   ทำให้ตัวยานั้นสะอาดขึ้น 1) การสะตุเหล็ก  เอาเหล็กมาครางด้วยตะไบ  และนำผงเหล็กที่ได้มาใส่ในฝาละมีหรือหม้อดิน  บีบมะนาวลงไปให้ท่วมผงเหล็ก  เอาขึ้นตั้งไฟให้แห้ง  ทำให้ได้ 7 – 8 ครั้งจงผงเหล็กกรอบดีจึงนำไปใช้ปรุงยาได้ 2) การสะตุสารส้ม  เอาสารส้มมาบดให้ละเอียด นำมาใส่หม้อดิน เอาตั้งไฟจนสารส้มละลายฟู ขาวดีแล้ว ยกลงจากไฟ จึงนำไปใช้ปรุงยาได้ 3) การสะตุรงทอง ...

การใช้ตัวยาอันตราย

การใช้ตัวยาอันตราย พระอาจารย์กล่าวไว้ว่า   “วัตถุธาตุนานาชนิดในโลกล้วนแต่เป็นยาทั้งสิ้น”  คำกล่าวนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นจริงหากใช้วัตถุนั้นได้อย่างถูกต้องตัวยาบางอย่างที่มีฤทธิ์แรง หากใช้เกินขนาดหรือใช้ ไม่ถูกวิธี ก็อาจทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เป็นพิเศษ  ตัวยาหลายอย่างมีฤทธิ์แรง  หากใช้เกินขนาดหรือใช้ไม่ถูกวิธี ก็อาจทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ยาที่มีฤทธิ์แรง 1)  เมล็ดสลอด  มีฤทธิ์แรงในทางถ่าย  กินมากจะถ่ายมากเป็นอันตราย  อ่อนเพลียเสียน้ำในร่างกายอาจถึงตายได้  สรพคุณ  ถ่ายเสมหะ  และโลหิตถ่ายน้ำเหลืองเสียและถ่ายพยาธิ 2)  ยางตาตุ่ม  มีฤทธิ์แรงในทางถ่าย  รับประทานมากถ่ายมาก ทำให้หมดกำลังอาจถึงตายได้ สรรพคุณ  ถ่ายพยาธิ  ถ่ายโลหิต  และเสมหะ ...

การฆ่าฤทธิ์ตัวยา

การฆ่าฤทธิ์ตัวยา คือ การทำให้พิษของยาอ่อนลง  เช่น  การฆ่าสารหนู  จะทำให้สารหนูที่มีพิษมาก    มีพิษอ่อนลงสามารถนำมาใช้ทำยาได้ 1)   การฆ่าสารหนู  เอาสารหนูมาบดให้ละเอียด  ใส่ฝาละมีหรือหม้อดินบีบน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดใส่ไปให้ท่วมตัวยา  ตั้งไฟจนแห้ง  ทำให้ได้  7 -  8  ครั้ง จนกว่าสารหนูกรอบดีแล้ว  จึงนำไปใช้ปรุงยา 2)  การฆ่าปรอท นำเอาทองแดง  ทองเหลือง  หรือเงิน  ใส่ไว้ในปรอท  ให้ปรอทกินจนอิ่ม  จึงจึงนำไปใช้ปรุงยาได้ 3)...

การประสะ

การประสะ มีความหมาย คือ การทำให้พิษของตัวยาอ่อนลง  เช่น  การประสะยางสลัดได  หรือ  หมายถึงในยาขนานนั้นมีตัวยาตัวหนึ่ง  ขนาดเท่าตัวยาตัวอื่น  หนักรวมกัน  เช่น  ยาประสะไพล  มีไพล จำนวนเท่าตัวยาอื่นทั้งหมดหนักรวมกัน การประสะยางสลัดได  ยางตาตุ่ม  ยางหัวเข้าค่า มีวิธีการทำเหมือนกันทั้ง 3 อย่าง คือ  นำตัวยาที่จะประสะใส่ลงในถ้วย  ใส่น้ำต้มเดือดๆ เทลงไปในถ้วยยานั้น กวนให้ทั่วจนเย็น  รินน้ำทิ้งไป แล้วเทน้ำเดือดลงในยา ...

การปรุงยาตามแบบแผนโบราณ

การปรุงยาตามแบบแผนโบราณ เภสัชกรรม คือ การปรุงยาที่ผสมใช้ตามวิธีต่างๆ ตามแผนโบราณ ซึ่งมี 28 วิธี ดังต่อไปนี้ ยาสับเป็นชิ้นเป็นท่อนใส่ลงในหม้อ เติมน้ำต้มแล้วรินแต่น้ำกิน ยาดองแช่ด้วยน้ำท่าหรือน้ำสุรา แล้วรินแต่น้ำกิน ยากัดด้วยเหล้าหรือแอลกอฮอล์ และหยดลงในน้ำ เติมน้ำกิน ยาเผาเป็นด่าง เอาด่างมาแช่น้ำไว้ แล้วรินแต่น้ำกิน ยากลั่นเอาน้ำเหงื่อ เอาด่างมาแช่น้ำไว้ แล้วรินแต่น้ำกิน ยาหุงด้วยมัน เอาน้ำมันใส่กล่อง...