การปรุงยาตามแบบแผนโบราณ

การปรุงยาตามแบบแผนโบราณ เภสัชกรรม คือ การปรุงยาที่ผสมใช้ตามวิธีต่างๆ ตามแผนโบราณ ซึ่งมี 28 วิธี ดังต่อไปนี้ ยาสับเป็นชิ้นเป็นท่อนใส่ลงในหม้อ เติมน้ำต้มแล้วรินแต่น้ำกิน ยาดองแช่ด้วยน้ำท่าหรือน้ำสุรา แล้วรินแต่น้ำกิน ยากัดด้วยเหล้าหรือแอลกอฮอล์ และหยดลงในน้ำ เติมน้ำกิน ยาเผาเป็นด่าง เอาด่างมาแช่น้ำไว้ แล้วรินแต่น้ำกิน ยากลั่นเอาน้ำเหงื่อ เอาด่างมาแช่น้ำไว้ แล้วรินแต่น้ำกิน ยาหุงด้วยมัน เอาน้ำมันใส่กล่อง...

การฆ่าฤทธิ์ตัวยา

การฆ่าฤทธิ์ตัวยา คือ การทำให้พิษของยาอ่อนลง  เช่น  การฆ่าสารหนู  จะทำให้สารหนูที่มีพิษมาก    มีพิษอ่อนลงสามารถนำมาใช้ทำยาได้ 1)   การฆ่าสารหนู  เอาสารหนูมาบดให้ละเอียด  ใส่ฝาละมีหรือหม้อดินบีบน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดใส่ไปให้ท่วมตัวยา  ตั้งไฟจนแห้ง  ทำให้ได้  7 -  8  ครั้ง จนกว่าสารหนูกรอบดีแล้ว  จึงนำไปใช้ปรุงยา 2)  การฆ่าปรอท นำเอาทองแดง  ทองเหลือง  หรือเงิน  ใส่ไว้ในปรอท  ให้ปรอทกินจนอิ่ม  จึงจึงนำไปใช้ปรุงยาได้ 3)...

วิธีปรุงยา

เภสัชกรรม  คือ  รู้จักการปรุงยา  ผสมเครื่องยาหรือตัวยาตามที่กำหนดในตำรับยา  หรือตามใบสั่งยา วิธีปรุงยา การปรุงยาตามตำราแพทย์แผนโบราณ คงจะเข้าใจดีว่า การปรุงยา ก็หมายถึง การผสม การผสมนี้ก็ต้องใช้วัตถุต่างๆตามความต้องการของแพทย์และเภสัชกรเพื่อนำเอามาแปรสภาพให้เป็นยารักษาและป้องกันโรคที่เกิดขึ้น ให้มีสรรพคุณแรงพอที่จะบำบัดโรคได้  เภสัชกรก็คือเป็นผู้ที่รอบรู้มนวิชาเภสัชกรรมได้ดี  รู้ซึ้งถึงวัตถุต่างๆว่ามีรูปร่างลักษณะมีฤทธิ์ที่จะแก้โรคได้อย่างไรและเป็น ผู้แปรสภาพวัตถุต่างๆ ให้กลายเป็นยารักษาโรคได้ การปรุงยา  เภสัชกรต้องมึวามเข้าใจต่อตัวยา  การประสมประสานตัวยานั้น มีความหมายอย่าไร หรือตัวยาจะมีความสัมพันธ์กัน  หรือมีฤทธิ์ต่อต้านกัน  หรือจะเสริมฤทธิ์  ทำให้มีอาการ    ข้างเคียงเกิดขึ้นในเมื่อใช้ต่อผู้ป่วย หรือไม่มีฤทธิ์พอจะทำลายโรคได้ ตัวยาหรือวัตถุต่างๆ...

ขั้นตอนการปรุงยา

ขั้นตอนการปรุงยา  เภสัชกรผู้ทำการปรุงยา จึงจำเป็นยึดตำรับยาที่จะปรุงหรือตามใบสั่งแพทย์เป็นหลักสำคัญ การปรุงยาต้องอาศัยตำรับยาที่จะทำการปรุงยาทุกครั้ง ตำรับนั้นๆ จะบอกชื่อตัวยาส่วนขาด วิธีใช้ และวิธีปรุงไว้ทุกขนาน  เมื่อได้ใช้ตำรับยาเป็นหลักแล้ว ก็ควรพึงระลึกอยู่เสมอว่า การปรุงยาที่จะให้มีสรรพคุณดีนั้นควรปฏิบัติอย่างไร จึงจะได้ยามีสรรพคุณดี การปรุงยาให้มีสรรพคุณดี อาศัยหลักดังต่อไปนี้คือ พิจารณาตัวยา ก็คือ หลักเภสัชวัตถุนั่นเอง การปรุงยานั้นตำราบอกไว้ให้ใช้ส่วนของพืช สัตว์ และธาตุ ก็ควรใช้อย่างนั้น เป็นต้นว่า พืชวัตถุ ให้ใช้เปลือก ราก หรือ...

การประสะ

การประสะ มีความหมาย คือ การทำให้พิษของตัวยาอ่อนลง  เช่น  การประสะยางสลัดได  หรือ  หมายถึงในยาขนานนั้นมีตัวยาตัวหนึ่ง  ขนาดเท่าตัวยาตัวอื่น  หนักรวมกัน  เช่น  ยาประสะไพล  มีไพล จำนวนเท่าตัวยาอื่นทั้งหมดหนักรวมกัน การประสะยางสลัดได  ยางตาตุ่ม  ยางหัวเข้าค่า มีวิธีการทำเหมือนกันทั้ง 3 อย่าง คือ  นำตัวยาที่จะประสะใส่ลงในถ้วย  ใส่น้ำต้มเดือดๆ เทลงไปในถ้วยยานั้น กวนให้ทั่วจนเย็น  รินน้ำทิ้งไป แล้วเทน้ำเดือดลงในยา ...

การใช้ตัวยาอันตราย

การใช้ตัวยาอันตราย พระอาจารย์กล่าวไว้ว่า   “วัตถุธาตุนานาชนิดในโลกล้วนแต่เป็นยาทั้งสิ้น”  คำกล่าวนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นจริงหากใช้วัตถุนั้นได้อย่างถูกต้องตัวยาบางอย่างที่มีฤทธิ์แรง หากใช้เกินขนาดหรือใช้ ไม่ถูกวิธี ก็อาจทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เป็นพิเศษ  ตัวยาหลายอย่างมีฤทธิ์แรง  หากใช้เกินขนาดหรือใช้ไม่ถูกวิธี ก็อาจทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ยาที่มีฤทธิ์แรง 1)  เมล็ดสลอด  มีฤทธิ์แรงในทางถ่าย  กินมากจะถ่ายมากเป็นอันตราย  อ่อนเพลียเสียน้ำในร่างกายอาจถึงตายได้  สรพคุณ  ถ่ายเสมหะ  และโลหิตถ่ายน้ำเหลืองเสียและถ่ายพยาธิ 2)  ยางตาตุ่ม  มีฤทธิ์แรงในทางถ่าย  รับประทานมากถ่ายมาก ทำให้หมดกำลังอาจถึงตายได้ สรรพคุณ  ถ่ายพยาธิ  ถ่ายโลหิต  และเสมหะ ...

การคัดเลือก การเก็บตัวยา

การคัดเลือก,  การเก็บตัวยา ในการปรุงยาแผนโบราณ  ผู้เป็นเภสัชกรแผนโบราณ  จะปรุงยาให้ได้คุณภาพดีและยามีสรรพคุณดีนั้นจะต้องมีความรู้ความสามารถที่จะพิจารณาคัดเลือกตัวยาสมุนไพรได้อย่างถูกต้อง  และมีสรรพคุณดี  โดยมีหลักเกณฑ์  และวิธีการดังต่อไปนี้ ชนิดของตัวยา การเก็บตัวยานั้น ต้องแน่ใจเสียก่อนว่า ตัวยานั้นถูกต้องถูกชนิดกับชื่อกับชื่อของตัวยาในตำรับยาแผนโบราณ  ตัวยาบางชนิดมีหลายๆ ชื่อ ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์และภูมิความรู้ของเภสัชกรเอง  ที่จะต้องรู้ว่า  ชื่อนี้  ชนิดนี้  มีลักษณะต้น ใบ ลูก ดอก ราก เป็นอย่างไร คุณภาพ ตัวยาบางชนิด ถูกเก็บไว้นาน...