มหาพิกัดเบญจ  (ยา 5 สิ่ง)

1034

มหาพิกัดเบญจ  (ยา 5 สิ่ง)

  1. มหาพิกัดเบญจกูล
  2. อภิญญาณเบญจกูล
  3. ทศเบญจกูล
  4. โสฬสเบญจกูล
  5. ทศเบญขันธ์

มหาพิกัดเบญจกูล  มีส่วนตัวยาดังนี้

  • รากเจตมูลเพลิง           4        ส่วน
  • เถาสะค้าน                 6        ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง               10      ส่วน
  • รากช้าพลู                 12      ส่วน
  • ดอกดีปลี                  20      ส่วน

สรรพคุณ  แก่ธาตุทั้งปวงให้บริบูรณ์


อภิญญาณเบญจกูล  มีส่วนตัวยาดังนี้

  • ใบ      ดอก    ราก     เจตมูลเพลิง     สิ่งละ    4        ส่วน
  • ใบ      ดอก    ราก     สะค้าน           สิ่งละ    6        ส่วน
  • ใบ      ดอก    ราก     ขิงแห้ง           สิ่งละ    10      ส่วน
  • ใบ      ดอก    ราก     ช้าพลู            สิ่งละ    12      ส่วน
  • ใบ      ดอก    ราก     ดีปลี              สิ่งละ    20      ส่วน

สรรพคุณ  แก้ในกองอภิญญาณธาตุ  คือ  ธาตุสำแดงให้รู้ดุจผีสิง


ทศเบญจกูล  มีส่วนตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี                  10      ส่วน
  • เถาสะค้าน                 10      ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง               10      ส่วน
  • รากช้าพลู                 10      ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง          10      ส่วน

สรรพคุณ  แก้ในกองธาตุทั้งปวงและสงเคราะห์ไปแก้ในโรคสตรี


โสฬสเบญจกูล   สรรพคุณ แก้ในกองธาตุทั้ง  4  และอากาศธาตุ

1)  โสฬสเบญจกูล   ถ้าจะแก้ในกองปถวีธาตุ  มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี                  16      ส่วน
  • รากช้าพลู                 8        ส่วน
  • เถาสะค้าน                 6        ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง          4        ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง               2        ส่วน

2)  โสฬสเบญจกูล   ถ้าจะแก้กองอาโปธาตุ  มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี                  16      ส่วน
  • รากช้าพลู                 8        ส่วน
  • เถาสะค้าน                 6        ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง          4        ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง               2        ส่วน

3)   โสฬสเบญจกูล   ถ้าจะแก้ในกองวาโยธาตุ  มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี                  16      ส่วน
  • รากช้าพลู                 8        ส่วน
  • เถาสะค้าน                 6        ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง          4        ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง               2        ส่วน

4)   โสฬสเบญจกูล   ถ้าจะแก้ในกองเตโชธาตุ  มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี                  16      ส่วน
  • รากช้าพลู                 8        ส่วน
  • เถาสะค้าน                 6        ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง          4        ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง               2        ส่วน

5)   โสฬสเบญจกูล  ถ้าจะแก้ในกองอากาศธาตุ  มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี                  16      ส่วน
  • รากช้าพลู                 8        ส่วน
  • เถาสะค้าน                 6        ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง          4        ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง               2        ส่วน

รวมกันได้ 36 ส่วนโดยพิกัด  แก้ในกองธาตุสมุฏฐาน ขอให้พิจารณาดูว่าโรคจะอยู่ในสมุฏฐานใด  แก้ด้วยโสฬสเบญจกูลพิกัดใด  จึงจะเหมาะแก่การบำบัดโรคนั้น


ทศเบจขันธ์  แก้ในกองอสุรินธัญญาณธาตุ คือ ธาตุสำแดงให้รู้ดุจผีสิง ให้ระส่ำระสายอยู่ในสมุฏฐานใด  แก้ด้วยโสฬสเบญจกูลพิกัดใด  จึงจะเหมาะแก่การบำบัดโรคนั้น

1)  ทศเบญจขันธ์    ถ้าจะแก้ในกองปถวีธาตุ  มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี                  5        ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง          4        ส่วน
  • เถาสะค้าน                 3        ส่วน
  • รากช้าพลู                 2        ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง               1        ส่วน

2)  ทศเบญจขันธ์   ถ้าจะแก้ในกองเตโชธาตุ  มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • รากเจตมูลเพลิง          5        ส่วน
  • เถาสะค้าน                 4        ส่วน
  • รากช้าพลู                 3        ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง               2        ส่วน
  • ดอกดีปลี                  1        ส่วน

3)  ทศเบญจขันธ์  ถ้าจะแก้ในกองวาโยธาตุ  มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • เถาสะค้าน                 5        ส่วน
  • รากช้าพลู                 4        ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง               3        ส่วน
  • ดอกดีปลี                  2        ส่วน
  • เจตมูลเพลิง               1        ส่วน

4)  ทศเบญจขันธ์  ถ้าจะแก้ในกองอาโปธาตุ  มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • รากช้าพลู                 5        ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง               4        ส่วน
  • ดอกดีปลี                  3        ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง          2        ส่วน
  • เถาสะค้าน                 1        ส่วน

5)  ทศเบญจขันธ์  ถ้าจะแก้ในกองอากาศธาตุ  มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • เหง้าขิงแห้ง               5        ส่วน
  • ดอกดีปลี                  4        ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง          3        ส่วน
  • เถาสะค้าน                 2        ส่วน
  • รากช้าพลู                 1        ส่วน

รวมกันได้ 15 ส่วน  โดยพิกัด แก้ในกองอสุรินธัญญาณธาตุ