มะเขือเทศ

มะเขือเทศ ผักสีแดงที่เปี่ยมด้วยสารไลโคปีนปริมาณสูงลิบ มีคุณสมบัติป้องกันและต่อต้านมะเร็งได้หลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้ ยังช่วยในเรื่องย่อยอาหาร บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งกระจ่างใส ช่วยฟอกเลือดและปลุกร่างกายให้สดชื่นขึ้นได้

ใบสาระแหน่

ใบสาระแหน่  : นิยมใช้ใส่ในอาหารประเภทยำ เนื่องจากมีกลิ่นและรสชาติที่หอม ควรเลือกซื้อโดยดูจากใบที่สดและสีออกเขียวเข้ม สาระแน่มีสรรพคุณช่วยลดอาการจุกเสียด อาการปวดท้อง ขับเหงื่อ และไล่แก๊ส ในกระเพาะอาหาร ใบสาระแหน่ยังสามรถใช้เคี้ยวเพื่อลดกลิ่นปาก และยังช่วยทำความสะอาดกระเพาะ, ลำไส้เพื่อลดการหดเกร็งได้อีก

ใบแมงลัก

ใบแมงลัก  : ใบแมงลักจะมีขน และมีกลิ่นหอมน้อยกว่าใบโหระพา มีสรรพคุณช่วยไล่แก๊สในลำไส้ และลดอาการไอ ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มน้ำนมของมารดาที่เพิ่งคลอดบุตร นอกจากนั้นยังช่วยรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้อีกด้วย

ใบกะเพรา

ใบกะเพรา  : กะเพรามีอยู่สองชนิด คือ ชนิดที่ใบมีสีเขียว และชนิดที่มีสีออกม่วงปนแดง ซึ่งชนิดหลังจะให้กลิ่นที่หอมและรสชาติเผ็ดกว่าชนิดที่ใบสีเขียว สรรพคุณของกะเพราคือช่วยไล่แก๊สและบรรเทาอาการปวดท้อง ช่วยขับเหงื่อและลดการวิงเวียนศีรษะ อาการอาเจียน

ผักชี

ผักชี  : ใบ ลำต้น และรากมักใช้กันอย่างแพร่หลายในการปรุงอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทต้ม, ผัด, ยำ และอื่นๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นให้ชวนน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

มะกรูด

มะกรูด  : เป็นพืชที่มีกลิ่นที่หอมมากโดยเฉพาะใบของต้นมะกรูด ซึ่งในการประกอบอาหารสามารถนำใบมะกรูดไปหั่นซอยให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือฉีกเพื่อเติมลงไปในอาหารก็ได้ นอกจากนั้นยังสามารถนำไปผสมในการทำเครื่องแกงได้อีกด้วย สรรพคุณของมะกรูดคือ ช่วยไล่แก๊สและบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ น้ำมะกรูดยังใช้เป็นยารักษาโรคลักปิดลักเปิด

ใบโหระพา

ใบโหระพา  : มีสีเขียวเข้ม ใบมีลักษณะหนากว่าใบกะเพรา มีกลิ่นหอมและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ โหระพามีสรรพคุณในการช่วยย่อยอาหารและลดการปวดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อย

กระชาย

กระชาย  : เลือกรากที่สด อวบอ้วน เนื้อจะมีน้ำมาก กลิ่นหอม รสซ่า ล้างให้สะอาดก่อนใช้ ขูดเอาเปลือกออก แล้วล้างอีกครั้ง สรรพคุณ ช่วยไล่แก๊ส, ช่วยในระบบการย่อยอาหาร บรรเทาอาการจุกเสียดกระเพาะอาหาร กระชายยังอุดมด้วยวิตามิน เอ, บี12 และแคลเซียมด้วยการทำอาหารไทยให้อร่อย ต้องเริ่มต้นด้วย