ทองพันชั่ง แก้อาการกลากเกลื้อน

ทองพันชั่ง : Rhinacanthus nasutus Kurz. ส่วนที่ใช้ : ใบหรือราก สดหรือแห้ง ขนาดและวิธีใช้ : ใบหรือรากสดหรือแห้งของทองพันชั่งตำให้ละเอียด แช่เหล้าหรือแอลกอฮอล์พอท่วมยาและทิ้งไว้ 7 วัน นำมาทาบริเวณที่เป็นบ่อยๆ หรือวันละ 3-4 ครั้งจนกว่าจะหาย เมื่อหายแล้วทาต่ออีก 7 วัน

มะขามป้อม แก้อาการไอ ระคายคอจากเสมหะ

มะขามป้อม : Phyllanthus emblica Linn. ส่วนที่ใช้ : ผลสด ขนาดและวิธีใช้ : เนื้อผลแก่สดครั้งละประมาณ 2-3 ผล โขลกพอแหลกแทรกเกลือเล็กน้อยอมหรือเคี้ยว รับประทาน วันละ 3-4 ครั้ง

ข่า แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียด

ข่า : Alpinia galanga (Linn.) Sw. ส่วนที่ใช้ : เหง้าแก่ สดหรือแห้ง สารสำคัญและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา  เหง้าข่ามีน้ำมันหอมระเหยประมาณ 0.04 % ประกอบด้วย Methyl cinnamate, Cineol, camphor เป็นต้น น้ำมันหอมระเหยจากเหง้าข่ามีฤทธิ์ขับลม ต้านเชื้อแบคทีเรีย ขนาดและวิธีใช้ : ใช้เหง้าแก่ สด หรือแห้ง ครั้งละขนาดเท่าหัวแม่มือ (สดหนัก 5 กรัม แห้งหนัก 2 กรัม) ทุบให้แตก ต้มเอาน้ำดื่ม

ขมิ้นชัน แก้อาการแพ้ อักเสบจากแมลงกัดต่อย

ขมิ้นชัน ชื่อท้องถิ่น : ขมิ้น (ทั่วไป) , ขมิ้นแกง , ขมิ้นหยวก , ขมิ้นหัว (เชียงใหม่) ขี้มิ้น , หมิ้น (ภาคใต้) , ตายอ (กะเหรี่ยง – กำแพงเพรช) , ละยอ (กะเหรี่ยง – แม่ฮ่องสอน) ลักษณะของพืช : พืชล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน  เนื้อในของเหง้าขมิ้นสีเหลืองเข้มจน สีแสดจัด  มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวใบรูปเรียวยาว  ปลายแหลม  คล้ายใบพุทธรักษา  มีก้านช่อแทงจากเหง้าโดยตรง  ดอกมีสีขาวอมเหลือง  มีกลีบประดับสีเขียวอมชมพู ส่วนที่ใช้เป็นยา  ...

ขมิ้น แก้ฝี แผลพุพอง

ขมิ้น ชื่อท้องถิ่น : ขมิ้น (ทั่วไป) , ขมิ้นแกง , ขมิ้นหยวก , ขมิ้นหัว (เชียงใหม่) ขี้มิ้น , หมิ้น (ภาคใต้) , ตายอ (กะเหรี่ยง – กำแพงเพรช) , ละยอ (กะเหรี่ยง – แม่ฮ่องสอน) ลักษณะของพืช : พืชล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน  เนื้อในของเหง้าขมิ้นสีเหลืองเข้มจน สีแสดจัด  มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวใบรูปเรียวยาว  ปลายแหลม  คล้ายใบพุทธรักษา  มีก้านช่อแทงจากเหง้าโดยตรง  ดอกมีสีขาวอมเหลือง  มีกลีบประดับสีเขียวอมชมพู ส่วนที่ใช้เป็นยา  ...

ขมิ้นชัน แก้โรคกระเพาะอาหาร

ขมิ้นชัน : Curcuma longa Linn. (Zingiberaceae) ส่วนที่ใช้ : เหง้า เวลาเก็บ  อายุ 7-9 เดือน สารสำคัญและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา : เหง้าขมิ้นมีน้ำมันหอมระเหยประมาณร้อยละ 2-6 ประกอบไปด้วยสารหลายชนิด เช่น Turmerone, Zingiberene, Borneol เป็นต้น และมีสารสีเหลืองส้มคือเคอร์คิวมิน (Curcumin) ขมิ้นชันมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะ มีฤทธิ์ลดการอักเสบ ขับน้ำดี และฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบ สารเคอร์คิวมินมีฤทธิ์ป้องกันแผลในกระเพาะโดยการกระตุ้นการหลั่ง mucin ซึ่งเป็นเยื่อเมือกมาเคลือบแผลในกระเพาะ ขนาดและวิธีใช้ : เหง้าสดตากแห้ง บดเป็นผง ให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนหรือบรรจุแคปซูล...

กระชาย แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียด

กระชาย : Boesenbergia pandurata (Roxb.) Schitr. ส่วนที่ใช้ : เหง้าใต้ดินและราก สารสำคัญและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา  เหง้ากระชายมีน้ำมันหอมระเหยประมาณ 0.08 % ประกอบด้วย 1,5-Cineol, Boesenbergin A เป็นต้น สารจากเหง้ากระชายมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย น้ำมันหอมระเหยช่วยขับลม ช่วยให้กระเพาะและลำไส้เคลื่อนไหว ขนาดและวิธีใช้ : เหง้าและรากกระชายประมาณครึ่งกำมือ บุบพอแหลกต้มเอาน้ำดื่มเวลามีอาการ หรือปรุงเป็น อาหารรับประทาน

ดีปลี แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียด

ดีปลี: Piper retrofractum Vahl. ส่วนที่ใช้ : ผลแก่จัด ตากแดดให้แห้ง สารสำคัญและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา  ดีปลีมีน้ำมันหอมระเหยประมาณ 0.7 % มีสารแอลคาลอยด์ที่สำคัญเช่น Piperine, Piplartine มีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหาร ขับลม ขับน้ำดี และแก้ท้องเสีย ขนาดและวิธีใช้ : ผลแก่แห้งประมาณ 10 ดอก ใส่น้ำประมาณครึ่งลิตรต้มเอาน้ำดื่ม ถ้าไม่มีดอกใช้เถาต้มแทนได้

พญายอ รักษาอาการเริม งูสวัด

พญายอ : Clinacanthus nutan (Burm.f) Lindau ส่วนที่ใช้ : ใบ ขนาดและวิธีใช้: ใช้ใบสด 10-15 ใบ ล้างให้สะอาดใส่ในครกยาตำให้ละเอียด เติมเหล้าขาวพอชุ่มยา ใช้น้ำและกากทาบริเวณที่อาการเริม งูสวัด ทาซ้ำบ่อยๆจนหาย

มะขามแขก แก้อาการท้องผูก

มะขามแขก : Cassia angustifolia Vahl. ส่วนที่ใช้ : ใบและฝักแห้ง สารสำคัญและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา: ใบและฝักมะขามแขกมีสารกลุ่มแอนทราควิโนนหลายชนิดเช่น Sennoside A, B, C และ D, Emodin, Rhein เป็นต้น สารแอนทราควิโนนมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ขนาดและวิธีใช้ : ใช้ใบแห้ง 1-2 กำมือ (3-10 กรัม) ต้มกับน้ำดื่ม หรือใช้วิธีบดเป็นผงชงน้ำดื่ม ข้อห้าม : ผู้หญิงท้องหรือมีประจำเดือนห้ามรับประทาน