ชื่ออื่น ๆ : หญ้าจามหลวง (เชียงใหม่), พญามุตติ (สุพรรณบุรี)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Grangea maderaspatana (Linn.) Poir.
ชื่อวงศ์ : COMPOSITAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • พญามุตติ เป็นพรรณไม้ล้มลุก ลำต้นจะชูขึ้นมีความสูงประมาณ 10-55 ซม. ทอดนอนไปตามพื้นดิน จะมีขนเป็นสีขาว และมีต่อม มักจะแตกกิ่งก้านมากตรงโคนก้น
  • ใบพญามุตติ จะออกเรียงสลับกัน โคนใบจะสอบแคบ ขอบใบจักเว้าลึกข้างละประมาณ 3-4 หยักหยักนั้นค่อนข้างมน สีเขียวอ่อน ใบจะมีความกว้างประมาณ 1-4 ซม. และยาวประมาณ 2-8 ซม. แต่ไม่มีก้านใบ ส่วนผิวใบนั้นจะมีขนนุ่มทั้งสองด้าน
  • ดอกพญามุตติ จะออกเดี่ยว ๆ เป็นกระจุกสีเหลือง ตรงปลายยอดตรงข้ามกับใบ ก้านดอกนั้นจะมีขนนุ่มเป็นสีขาว ส่วนริ้วประดับวงนอก จะมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ตรงปลายจะแหลมและวงในจะเป็นรูปรี ตรงปลายกลมหรือมน เป็นสีเขียว และจะมีขนนุ่มหนาแน่น มีดอกตัวเมียจะอยู่วงนอกหลายวง กลีบดอกจะเป็นเส้นด้ายและสั้น ส่วนดอกสมบูรณ์เพศจะอยู่วงใน ตรงโคนนั้นจะเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย มีขนสั้น และมีต่อมกระจาย อับเรณูนั้นจะกลมมน ตรงปลายจะแหลม และมีท่อเกสรตัวเมียมีระยางค์เป็นรูปสามเหลี่ยมสั้น ๆ มีผิวเกลี้ยง ส่วนฐานดอกนั้นจะนูน
  • ผลพญามุตติ แห้งจะมีผิวเกลี้ยง และมีต่อมกระจาย ตรงขอบนั้นมีขนและผลจะมีความยาวประมาณ 2 มม.

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ทั้งต้น, ใบ

สรรพคุณพญามุตติ :

  • ทั้งต้น ใช้เป็นยาขับลมในลำไส้ ทำให้เจริญอาหาร รักษาการท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ และท้องร่วง
  • ใบ ใช้เป็นยารักษาอาการไอ และเป็นยาปฏิชีวนะชำระแผลหรือใช้น้ำคั้นจากใบหยอดหู รักษาอาการหูเจ็บ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย