วันจันทร์, พฤษภาคม 29, 2017

ความหมายและบทบาทหน้าที่ผดุงครรภ์ไทย

การผดุงครรภ์ คือ การดูแลมารดาและทารกตั้งแต่ผู้หญิงเริ่มตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด เพื่อแนะนำ แก้ไข ป้องกันอาการต่างๆ ของผู้เริ่มตั้งครรภ์ซึ่งจะมีความเปลี่ยนแปลงในร่างกายเกิดขึ้น ได้แก่การปฏิบัติต่อร่างกายความสะอาด, ความผิดปกติของหัวนม, อาหารประโยชน์มและช่วยการขับถ่าย แนะนำการรักษาสุขภาพจิต ทำจิตใจให้แจ่มใส แนะนำการออกกำลังกาย ถ้าอ่อนเพลียให้ทานยาหอมป้องกันความผิดปกติในระหว่างตั้งครรภ์ ถ้ามีความผิดปกติต้องส่งต่อบทบาทหน้าที่ของผดุงครรภ์แผนไทยดูแลรักษาผู้ตั้งครรภ์ตั้งแต่ก่อนคลอดจนทารกคลอด การปฏิบัติตัวของมารดา มีหน้าที่แนะนำชี้แจง คู่สมรสในการดำเนินชีวิตคู่ตามธรรมชาติ บุตรธิดามีคุณภาพผู้ประกอบโรคศิลปะแผนไทย สาขาผดุงครรภ์แผนไทย จะทำการคลอดได้เฉพาะรายที่มีครรภ์ปกติ ส่วนเรื่องของการข่มท้อง การตรวจภายในช่องคลอดหรือการใช้เครื่องมือที่ไม่ได้ต้ม...

จรรยาผดุงครรภ์ไทย

ผดุงครรภ์แผนโบราณ ต้องประกอบด้วยความรู้ และคุณธรรม (ความเสียสละ โอบอ้อมอารี สุภาพ รวมไปถึง มีกายวาจา ใจ ที่พร้อมช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทุกโอกาสจริยธรรมของผดุงครรภ์แผนไทยมี 10 ประการ ดังนี้มีเมตตาจิตต่อคนไข้ ไม่โลภเห็นแก่ลาภ ไม่โอ้อวดความรู้ ไม่หวงกีดกันความรู้ผู้อื่นที่มีความรู้ดีกว่าตน ไม่ลุแก่อำนาจและอคติ ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่เป็นโลกธรรม 8 มีความละอายต่อบาป ไม่เป็นคนเกียจคร้าน มีสติไตร่ตรอง ไม่มีสันดานมัวเมา

สรีระร่างกายของหญิงและชายวัยเจริญพันธุ์

การเรียนผดุงครรภ์จำเป็นต้องรู้จักระบบอวัยวะสืบพันธุ์ด้วยว่าแต่ละอวัยวะทำหน้าที่ผสมพันธุ์ให้เกิดชีวิตขึ้นได้อย่างไรการสืบพันธุ์เป็นของธรรมดาตามหน้าที่ของธรรมชาติของโลกไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ต้องมีการผสมพันธุ์เพื่อสืบเผ่าพันธุ์ทุกคนควรจะต้องรู้จักส่วนประกอบของอวัยวะต่างๆที่มีอยู่ในตัวเรารวมถึงหน้าที่ของอวัยวะเหล่านั้นว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้างอยู่ตรงไหนทำหน้าที่อย่างไรจึงเกิดมีชีวิตขึ้นได้สิ่งเหล่านี้นอกจากแพทย์ผู้เรียนรู้และผู้ สนใจศึกษาเท่านั้นจึงจะทราบได้ แต่ผดุงครรภ์ต้องเรียนรู้และเข้าใจเรื่องของอวัยวะสืบพันธุ์อวัยวะต่างๆของร่างกายและการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายและต้องไม่เก็บความสงสัยไว้ควรจะปรึกษาผู้ที่มีความเข้าใจ กว่าหรือถ้าพบผู้ป่วยซึ่งมีอาการที่ผิดแปลกจากที่เคยพบก็ควรส่งโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือเครื่องใช้ที่จะให้การช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยทันการ1. สรีระร่างกายของหญิงที่แตกต่างกับชายระบบอวัยวะสืบพันธุ์ของชายประกอบไปด้วยต่อมอัณฑะท่อน้ำอสุจิองคชาติและระบบอวัยวะสืบพันธุ์ของหญิงประกอบไปด้วยมดลูกรังไข่ช่องคลอด อวัยวะเหล่านี้ต่างทำหน้าที่เป็นสื่อสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เมื่อมีการผสมพันธุ์แล้วก็จะเกิดเป็นมนุษย์ต่อไป ดังจะอธิบายต่อไปนี้คือต่อมอัณฑะของชายมีหน้าที่ผลิตน้ำอสุจิและกลั่นตัวอสุจิ(ตัวอสุจินี้เป็นตัวที่อยู่ในน้ำอสุจิของชายที่ทำให้เกิดบุตร) ซึ่งผลิตออกมาอยู่ตลอดเวลาไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน เรียกว่า เป็นโรงงานที่ไม่มีเวลาพักผ่อนเลยโดยธรรมชาติ แล้วส่งน้ำอสุจินี้ไปตามท่อสองสาย (เรียกตามสามัญชนว่า สายสองสลึง) แล้วไปพักอยู่ในถุงน้ำกามซึ่งติดอยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะทั้งสองข้างน้ำอสุจิซึ่งต่อมอัณฑะเป็นผู้ทำการกลั่นกรองพร้อมด้วยตัวสเปอร์มาโตซัว มีลักษณะเป็นเมือกขาวข้นออกมาครั้งหนึ่งประมาณ 3-4 ช้อนกาแฟ จะมากจะน้อยกว่านี้สุดแล้วแต่กำลังของบุคคลนั้นๆ ผู้ไม่มีตัวสเปอร์มาโตซัวเมื่ออายูครบ 16 ปีบริบูรณ์จึงจะมีตัวสเปอร์มาโตซัว จะเกิดบุตรได้ทุกเวลาจนถึงอายุ 70-80...

การปฏิสนธิและการตั้งครรภ์

ในคัมภีร์ปฐมจินดาได้กล่าวถึงต้นเหตุที่เกิดมนุษย์ ซึ่งแพทย์ทั้งหลายควรรู้ไว้ดังนี้ว่า สัตว์ทั้งหลาย เมื่อจะมีการปฏิสนธิขึ้นมา ต้องมีพร้อมด้วยบิดา-มารดา และมีครบบริบูรณ์ของธาตุทั้ง 4 คือ ปฐวีธาตุ 20 อาโปธาตุ 12 วาโยธาตุ 6 เตโชธาตุ 4  ซึ่งจะระคนเข้าด้วยกัน แล้วจึงมีการปฏิสนธิขึ้นในมดลูก เพื่อมีการเจริญเติบโตขึ้นก็จะเรียกว่า มารดามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น การปฏิสนธิ (ครรภ์วาระกำเนิด) สตรีมีรังไข่อยู่คู่หนึ่ง ภายในช่องท้องส่วนล่างข้างละหนึ่งรัง รังไข่นี้ประกอบด้วย ไข่เล็กๆ...

การทำคลอดปกติ

การทำคลอดบุตรเป็นของธรรมดาโลก ไม่รู้ว่ามนุษย์หรือสัตว์ก็ต้องมีการผสมพันธุ์ด้วยกันทั้งนั้น ถ้าไม่มีการผสมพันธุ์ ในโลกนี้ก็เงียบและสิ่งต่างๆ ก็พลอยดับสูญไปหมด หลังจากที่มีการผสมพันธุ์ ถ้าไม่มีเหตุอันใดมาขัดข้องแล้วทารกในครรภ์ก็จะต้องเติบโตเป็นลำดับ ครั้นครบกำหนด 9 เดือน ทารกก็จะคลอดออกมาการคลอดบุตรเปรียบเหมือนผลไม้สุกก็จะหล่นออกจากขั้ว โดยไม่ต้องมีลมพัดหรือคนมาเขย่า สัตว์ในโลกก็มีการคลอดเช่นเดียวกันกับมนุษย์ แต่ไม่ต้องมีผดุงครรภ์เป็นผู้ทำคลอดให้ ออกมาได้เองโดยไม่ต้องมีการช่วยเหลือ เราจะเห็นได้ว่าไม่ค่อยมีการติดขัด แต่บางรายที่มีการคลอดง่ายหรือยากนั้นมักเป็นไปตามพันธุ์มารดา หรือมีเหตุขัดข้อง เช่น ศีรษะทารกโต แต่ช่องเชิงกรานมารดาแคบเล็ก หรือมีการฝืนท้องและเป็นเหตุให้การคลอดจึงต้องติดขัดได้ อีกประการหนึ่ง ถ้าเม็ดไข่ได้ผสมแล้วไปติดค้างอยู่ที่หลอดปากแตร...

การดูแลมารดาและทารกในระยะหลังคลอด

ในระยะหลังคลอดนี้ คือเข้าระยะที่ต้องให้การดูแลแก่มารดาเป็นพิเศษเนื่องจากร่างกายของมารดาจะมีความอ่อนเพลียอย่างมาก จากการคลอดและต้องเสียโลหิตจากบาดแผลที่เกิดขึ้นจากการลอกตัวของรกและมีการเสียโลหิตจากบาดแผลฉีกขาดของช่องคลอด ผดุงครรภ์ จำเป็นต้องให้การสังเกตอาการมารดาอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมถึงต้องสังเกตอาการต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับทารกที่อยู่ในช่วงของการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมภายนอกการดูแลมารดาในระยะหลังคลอด จำแนกได้เป็น 2 ระยะ คือ ระยะ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และระยะ 2 เดือนแรกหลังคลอด1.ระยะ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอดเมื่อกระบวนการคลอดสิ้นสุดลง รกและถุงน้ำคร่ำได้ออกมาเสร็จแล้ว ในระยะ 1-2 ชั่วโมงแรกของการคลอดนี้อาจมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นผลเนื่องมาจากการคลอดเกิดขึ้นอย่างกะทันหันได้ เพราะผู้คลอดย่อมเหน็ดเหนื่อยและเสียกำลังเป็นอย่างมาในการคลอด...

การเจริญเติบโตและการดูแลทารก

การเลี้ยงดูทารกให้มีการเจริญเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแข็งแรงสมวัยนั้น ต้องเริ่มตั้งแต่ที่บิดามารดามีความต้องการและตั้งใจที่จะให้กำเนิดบุตร เพื่อทารกเกิดมาแล้วสามารถให้การเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ทั้งในด้านอาหาร ความสะอาดและการป้องกันรักษาโรคต่างๆ เป็นต้น ซึ่งมารดาครรภ์แรก อาจจะไม่ทราบวิธีการเลี้ยงดูที่ถูกต้องเหมาะสม จึงเป็นหน้าที่ของผดุงครรภ์ที่จะต้องให้การดูแล ให้การแนะนำแก่มารดาในด้านต่างๆการเลี้ยงทารกด้วยนมมารดาในสองสามวันแรกหลังคลอดแล้ว น้ำนมมารดาจะเป็นน้ำใสๆ หรือที่เรียกกันว่า นมน้ำเหลือง น้ำนมใสๆนี้มีโปรตีนอยู่เท่ากับในโลหิตของมารดา ซึ่งนับว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดและมีประโยชน์สำหรับทารกเกิดใหม่ คือ เมื่อทารกรับประทานน้ำนมเหลืองนี้เข้าไปในกระเพาะอาหารแล้ว กระเพาะอาหารทารกไม่ต้องทำงานมาก จะซึมเข้าในโลหิตทันที โดยไม่ต้องย่อย ต่อมา 3-4 วัน น้ำนมน้ำเหลืองใสๆ นี้ก็จะเปลี่ยนสีเป็นสีขาวขึ้น...

ยาสำหรับสตรีและทารก

ยาครรภ์รักษา แก้หญิงมีครรภ์ให้เบาหน่อยหรือเกินประมาณ ท่านให้เอาเจตมูลเพลิง 1 โกฐสอ 1 ผลผักชี 1 ดอกดีปลี 1 มะตูมอ่อน 1 สะค้าน 1 แห้วหมู 1 กกลังกา 1 รากขัดมอน 1 เปลือกโมกมัน 1 จันทร์ทั้ง 2 สิ่งละ...