วันอาทิตย์, มิถุนายน 25, 2017

คัมภีร์ไพจิตร์มหาวงศ์

ว่าด้วยลักษณะ และประเภทต่างๆ ของฝี 2 ชนิด 4 ประเภท 1. ลักษณะฝียอดเดียวชนิดหงาย ประเภทที่ 1 จะมีอาการ และประเภทต่างกัน บางทีทำให้ร้อน ทำให้หนาว บางทีกระทำให้คลุ้มคลั่งหาสติมิได้ ให้ขนลุกขนชัน ให้เนื้อเต้น ให้ตา แดงเป็นสายโลหิต 2. ลักษณะฝียอดเดียวชนิดหงาย ประเภทที่ 2 ถ้าบังเกิดขึ้นในเดือน 5 - 6...

พระคัมภีร์กุฐโรค

พระคัมภีร์วิถีกุฏฐโรค การเรียกชื่อโรคตามที่เกิดในที่ต่างกันเกิดในชิ้นเนื้อ เรียก โรคเรื้อน รักษายากนัก แต่พอมีโอกาสหาย หากเกิดในกระดูกเรียก กุฏฐัง เป็นอติสัยโรครักษายากนัก บางตำราว่ารักษาไม่หาย ว่าด้วยสมุฎฐานหรือสาเหตุ แหล่งที่เกิดของโรคมี 7 ประการ บังเกิดแต่กองปถวีธาตุ ทำให้เมื่อยในข้อกระดูก ในเส้นเอ็นน้อยใหญ่ ให้ผิวเนื้อสากชา เริ่มขึ้นที่ใบหูก่อน เป็นดุจมดตะนอยต่อย แล้วบวมไปที่หน้า บวมไปทั้งตัวดุจดังหนังแรด นานเข้าทำให้นิ้วมือนิ้วเท้าบวม แล้วแตกเป็นน้ำเหลืองเน่า กุดกินเข้าไป ...

คัมภีร์ชวดาร

โรคลมที่กล่าวไว้ในคัมภีร์แพทย์แผนโบราณนี้ กล่าวถึงประเภทลมบังเกิดโทษ อาการ และการใช้ยารักษา ซึ่งกล่าวรายละเอียดไว้ในคัมภีร์ ดังต่อไปนี้ คัมภีร์ชาดาร กล่าวถึง           ในคัมภีร์นี้กล่าวถึงลมที่บังเกิดโทษแต่มนุษย์ทั้งหลายจะเกิดสรรพโรคต่างๆ ก็อาศัยโลหิต และลม บังเกิดโทษให้ถึงตายเป็นอันมากนั้น เพราะแพทย์ไม่ได้กำหนดรู้ อุปมาเหมือนนายเรืออันประมาทในท้องมหาสมุทร ลมพัดเรือแตกอับปางก็เป็นเหยื่อแก่มัจฉา เป็นอันมาก ลมที่ให้โทษแก่มนุษย์ คือ ลมอุทธังคมาวาตา พัดขึ้นเบื้องบน ...

คัมภีร์มัญชุสาระวิเชียร

ในคัมภีร์นี้ จะกล่าวถึงลม ที่ทำให้เกิดโรค และมีอาการต่างๆ ตามลักษณะของลม 10 ประการ คือ 1. ลมเป็นก้อน เป็นดาน ตั้งอยู่เบื้องขวา มีนาภีเป็นที่สุด ชื่อว่า ทักษณะคุละมะ 2. ลมเป็นก้อนเป็นดาน ตั้งอยู่เบื้องซ้าย มีนาภีเป็นที่สุด ชื่อว่า วามะกะคุละมะ 3. ลมเป็นก้อนเป็นดาน ตั้งอยู่เบื้องต่ำแห่งนาภี ชื่อว่า โลหะคุละมะ 4. ลมเป็นก้อนเป็นดาน ตั้งอยู่เบื้องบนแห่งนาภี ชื่อว่า กูปะคุละมะ 5. ลมเป็นก้อนเป็นดาน...

คัมภีร์อภัยสันตา

คัมภีร์อภัยสันตา เป็นโรคเกี่ยวกับตาทุกชนิด ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกัน 21 ชนิดดังนี้:- ต้อหมอก แบ่งออกเป็น 3 อย่าง 1). ตามัวเป็นฝ้าขาวในตาดำ  ตาบวม และปวด เป็นเดือน 5 - 6 - 7 - 8 เกิดขึ้นเพื่อ (เพราะ) โลหิต 2). ตามัวเป็นฝ้าขาวในตาดำ ตาบวม และปวด...

เภสัชตำรับ

ชื่อยา รูปแบบยา มาตรฐานการใช้ยา (ขนาดรับประทาน) สรรพคุณ 1 ยาจันทลีลา ตอกเม็ด (เม็ดละ 1.5 กรัม) เด็ก ครั้งละ 1-2 เม็ด ผู้ใหญ่ ครั้งละ 3-5 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร แก้ไข้ แก้ตัวร้อน รับประทาน ทุก 4...

ยาชง

ยาชงเป็นรูปแบบหนึ่งที่เตรียมง่าย ส่วนใหญ่เป็นการใช้ยาสมุนไพรแห้ง และเติมน้ำร้อนเป็นตัวทำละลาย ข้ออีของยาชง คือ ดูดซึมง่าย มักมีกลิ่นหอม และรสชาติดี วิธีการเตรียมยา ยาชงส่วนใหญ่เป็นการนำส่วนของสมุนไพร เช่น ใบหญ้าหนวดแมว, ใบชุมเห็ดเทศ, กลีบรองดอกของกระเจี๊ยบมาล้างให้สะอาดและผึ่งลมให้แห้ง (บางอย่างนำไปคั่วหรือย่างไฟ) เติมน้ำเดือดลงในสมุนไพรแห้งนั้น ทิ้งไว้ประมาณ 3 – 5 นาทีก็ใช้ได้ อย่าทิ้งยาชงไว้นานเกินไป จะทำให้สรรพคุณ กลิ่น และรสของยาเปลี่ยนแปลงไป

ยาต้ม

ยาต้มเป็นรูปแบบการปรุงยาสมุนไพรที่ใช้มานาน เป็นการใช้น้ำเป็นตัวทำละลายยาสมุนไพร ข้อดีของยาต้ม คือ ดูดซึมง่าย ออกฤทธิ์เร็ว วิธีการเตรียมง่ายและสะดวก มีข้อเสีย คือ รสชาติและกลิ่นอาจรับประทานยากสำหรับบางคน และยาต้มเก็บไว้ไม่ได้นานขึ้นราง่าย ถ้าต้องการเก็บไว้จะต้องใช้สารกันบูด วิธีการเตรียมยาต้ม 1. น้ำและภาชนะ น้ำที่ใช้ต้มยาควรเป็นน้ำสะอาด ใส ไม่มีกลิ่น รส ปริมาณยาโดยปกติจะใส่น้ำพอท่วมยา ภาชนะที่ใช้ต้มยาควรเป็นหม้อดินเผา หรือหม้อเคลือบ ไม่ควรใช้ภาชนะที่เป็นโลหะ เช่น เหล็ก เพราะจะทำให้สารแทนนินซึ่งจะมีผลต่อฤทธิ์ของยาได้ 2....

การฆ่าฤทธิ์ การฆ่า การสะตุ

การฆ่าฤทธิ์ (การฆ่าป หรือ การสะตุ หมายถึง การทำให้ยาตัวนั้นๆ มีฤทธิ์อ่อนลง หรือฆ่าพิษซึ่งเราไม่ต้องการให้อ่อนลง หรือให้เสื่อมฤทธิ์ไป เช่น 1. การฆ่าฤทธิ์ชาดก้อน (การฆ่าชาดก้อน) 2. การฆ่าฤทธิ์รงค์ทอง (การฆ่ารงค์ทอง) 3. การฆ่าฤทธิ์ชะมดเช็ด (การฆ่าชะมดเช็ด) 4. การสะตุน้ำประสานทอง 5. การสะตุสารส้ม 6. การสะตุเกลือ (การฆ่าฤทธิ์ มักเป็นตัวยาที่มีฤทธิ์แรงมาก หรือมีพิษมาก) การฆ่าฤทธิ์ชาดก้อน (การฆ่าชาดก้อน) วัตถุส่วนประกอบ และอุปกรณ์ 1. ชาดก้อนนำมาบดให้ละเอียด...

ยาประคบ (ลูกประคบ)

ยาประคบ (ลูกประคบ) วัตถุส่วนประกอบ 1. ไพลสด 2 ส่วน 2. ผิวมะกรูดสด 1 ส่วน 3. ตะไคร้สด 1 ส่วน 4. ใบมะขามสด 1 ส่วน 5. ขมิ้นอ้อยสด 1 ส่วน 6. พิมเสน 10 ส่วน 7. การบูร 10 ส่วน ขั้นตอนการทำ 1. นำสมุนไพรข้อ...