กะทกรก

1131

ชื่ออื่นๆ : กระโปรงทอง (ภาคใต้), เคือขนตาช้าง (ศรีสะเกษ), ตำลึงฝรั่ง (ชลบุรี), เถาสิงโต เถาเงาะ (ชัยนาท), ผักแคบฝรั่ง (ภาคเหนือ), หญ้ารกช้าง (พังงา), กะทกรก (ภาคกลาง), ผักขี้หิด (เลย), เยี่ยววัว (อุดรธานี), ละพุบาบี (มลายู-นราธิวาส, ปัตตานี), หญ้าถลกบาต (พิษณุโลก, อุตรดิตถ์)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passiflora foetida L.
ชื่อวงศ์ : PASSIFLORACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • กะทกรก เป็นไม้เถาเนื้ออ่อน มีมือเกาะ
  • ใบกะทกรก ใบป้อม เรียงสลับ แผ่นใบเว้าเป็น 3 หยัก มีขน ใบประดับเป็นฝอย มีต่อมอยู่ที่ปลาย
  • ดอกกะทกรก ดอกเดี่ยว ออกตามง่ามใบ กลีบดอกด้านนอกสีเขียวอ่อน ด้านในสีขาว มีกะบังรอบเป็นเส้นฝอย สีขาวโคนสีม่วงเรียงกันเป็นรัศมี
  • ผลกะทกรก ผลค่อนข้างกลม มีใบประดับหุ้ม เมื่ออ่อนสีเขียว สุกแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม เมล็ดมีเนื้อหุ้มลักษณะคล้ายเมล็ดแมงลักแช่น้ำ รสหวานปะแล่มๆ ทุกส่วนของพืชนี้เมื่อขยี้หรือทำให้ช้ำจะมีกลิ่นเหม็นเขียว

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ต้นสด, ใบ, ดอก, ผล, ราก

สรรพคุณกะทกรก :

  • ต้นสด มีสารพิษทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ต้มสุกแล้วใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้บวม
  • ใบ ใช้ตำพอกแผลเพื่อฆ่าเชื้อ แก้โรคผิวหนัง หิด ไข้หวัด ใบใช้ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำดื่มเป็นยาเบื่อและขับพยาธิ
  • ดอก ใช้แก้ไอ ขับเสมหะ ผลดิบมีรสเบื่อ
  • ผลสุกหวาน ใช้แก้ปวด บำรุงปอด
  • ราก ใช้ต้มน้ำดื่มแก้เบาหวาน รากใช้ต้มน้ำดื่มแก้ไข แก้กามโรค