ใบของพืช

ใบ หมายถึง อวัยวะของพืชที่เกิดจากข้อของลำต้นหรือกิ่ง มีลักษณะแบน ทำหน้าที่สังเคราะห์แสง คายน้ำและหายใจ แต่ใบบางชนิดอาจเปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่พิเศษอื่นๆ
ใบ ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ คือ

แผ่นใบ (leaf blade) มีลักษณะเป็นแผ่น รูปร่างและขนาดแตกต่างกันแผ่นใบประกอบด้วยเส้นกลางใบ (midrib) เส้นใบ (vein) ปลายใบ (apex) โคนใบ (base) และขอบใบ (margin)

ก้านใบ (petiole) คือส่วนที่เชื่อมระหว่างแผ่นใบแต่ละกิ่ง

หูใบ (stipule) เป็นรยางค์ที่อยู่โคนก้านใบ พืชบางชนิดหูใบอาจลดรูปหรือไม่ปรากฏ

ชนิดของใบ
ใบ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

ใบเดี่ยว (simple leaf) คือใบที่มีแผ่นใบและก้านใบอันเดียว

ใบประกอบ (compound leaves) คือใบที่ประกอบด้วยใบย่อยหลายใบ ใบประกอบแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ

1. ใบประกอบแบบขนนก (pinnately compound leaves) เป็นใบประกอบที่มีใบย่อยออกสองข้างของแกนกลาง มีทั้งใบประกอบ ขนนกปลายคี่ และใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ มีการแตกออกเป็นใบประกอบ แบขนนกสองชั้น (bipinnatey compound leaves) ซึ่งแกนกลางแตก แขนงออกเป็นแกนกลางที่สองแล้วจึงมีใบย่อยและใบประกอบแบบขนนกสามชั้น เป็นใบที่มีแกนกลางที่สองแตกออกเป็นแกนกลางที่สามแล้วจึงมีใบย่อย

2.ใบประกอบแบบนิ้วมือ (palmately compound leaves) เป็นใบประกอบที่มีก้านใบย่อยออกจากตำแหน่งเดียวกัน ที่ปลายก้านใบ

ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่
(odd-pinnate)
ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่
(even-pinnate)
ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น
(bi-pinnately compound leaves)
ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น
(tri-pinnately compound leaves)
ใบประกอบแบบนิ้วมือ
(palmately compound leaves)

การเรียงตัวของใบ

เรียงสลับ (alternate) ใบเรียงสลับบนกิ่ง ไม่เป็นระเบียบ มีช่วงห่างไม่เท่ากัน
เรียงสลับระนาบเดียว (distichous) ใบสลับในระนาบเดียวกันบนกิ่งอย่างเป็นระเบียบ
เรียงตรงข้าม (opposite) ใบเรียงตรงข้ามบนกิ่งในระนาบเดียวกัน
เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก (decussate) ใบเรียงตรงข้ามบนกิ่ง แต่ละคู่ตั้งฉากซึ่งกันและกัน
เรียงเป็นวงรอบ (whorl) ใบเรียงเป็นวงรอบที่จุดเดียวกันบนกิ่งมากกว่าสองใบขึ้นไป
เรียงเวียน(spiral) ใบเรียงเวียนเหมือนบันไดเวียน
เรียงเป็นกระจุก (fasciculate) ใบเรียงเป็นกระจุกบนกิ่ง

สลับ
(alternate)
สลับระนาบเดียว
(distichous)
ตรงข้าม
(opposite)
ตรงข้ามสลับตั้งฉาก (decussate) เป็นวงรอบ
(whorl)
เวียน
(spiral)
เป็นกระจุก
(fasciculate)

รูปร่างใบ

รูปร่างของใบมีหลายรูป ดังนี้
รูปลิ่มแคบ (subulate) ใบค่อนข้างสั้น สอบจากโคนไปยังส่วนปลายใบ
รูปเข็ม (acicular) ใบเล็กแหลมยาวคล้ายเข็ม
รูปแถบ (linear) ใบยาว และแคบ ขอบใบเกือบขนานกัน
รูปขอบขนาน (oblong) ขอบใบขนานกันทั้งสองข้าง ความยาวเป็น 2 เท่าของความกว้าง
รูปใบหอก (lanceolate) ใบรูปคล้ายใบหอก ความยาวเป็น 3 เท่าของความกว้าง
รูปใบหอกกลับ (oblanceolate) มีรูปร่างคล้ายใบหอกหัวกลับ
รูปรี (elliptic) ใบมีรูปรี ส่วนกว้างสุดอยู่ตรงกลาง ส่วนปลายและโคนเรียว
รูปไข่ (ovate) ใบมีรูปร่างคล้ายรูปไข่ ส่วนกว้างสุดอยู่ต่ำกว่ากลางใน ความยาว : ความกว้าง เท่ากับ 3:2
รูปไข่กลับ (obbvate) ใบมีรูปร่างคล้ายไข่กลับ ฐานใบเรียวเล็กกว่าปลายใบ
รูปสามเหลี่ยม (deltoid) ใบมีรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยมด้านเท่า
รูปไต (reniform) ใบมีรูปร่างคล้ายไต ส่วนของฐานใบเว้าลึกและขยายออก
รูปวงกลม (orbicular) ใบมีรูปร่างคล้ายวงกลม
รูปหัวใจ (cordate) ใบมีรูปร่างคล้ายหัวใจ
รูปเคียว (falcate) ใบมีรูปร่างโค้งงอคล้ายเคียวหรือพระจันทร์เสี้ยว
รูปช้อน (spathulate) ใบมีรูปร่างคล้ายช้อน ส่วนโคนใบแคบเรียว ส่วนปลายป้านออก

รูปลิ่มแคบ
(subulate)
รูปเข็ม
(acicular)
รูปแถบ
(linear)
รูปขอบขนาน
(oblong)
รูปใบหอก
(lanceolate)
รูปใบหอกกลับ
(oblanceolate)
รูปรี
(elliptic)
รูปไข่
(ovate)
รูปไข่กลับ
(obbvate)
รูปสามเหลี่ยม
(deltoid)
รูปไต
(reniform)
รูปวงกลม
(orbicular)
รูปหัวใจ
(cordate)
รูปเคียว
(falcate)
รูปช้อน
(spathulate)

ปลายใบ

ปลายใบยาวคล้ายหาง (caudate) ปลายใบสอบเข้าหากัน แล้วเรียวยื่นออกไปคล้ายหาง
ปลายเป็นติ่งหนาม (mucronate) ปลายใบเป็นติ่งสั้นเกิดจากเส้นกลางใบยื่นออกไป
ปลายแหลม (acute) ปลายใบแหลมเกิดจากขอบใบสองข้างชนกันที่ปลายเป็นมุม
ปลายเรียวแหลม (acuminate) ปลายแหลม แต่คอดเว้าเล็กน้อย
ปลายมน (obtuse) ปลายใบโค้งมน
ปลายตัด (truncate) ปลายใบตัดเกือบเป็นเส้นตรง
ปลายเว้าบุ๋ม (emarginate) ปลายเว้าแอ่งตื้น ๆ ตรงกลาง
ปลายเว้าตื้น (emarginate) ปลายเว้าหยักเป็นมุมลงตื้น ๆ

ปลายใบยาวคล้ายหาง
(caudate)
ปลายเป็นติ่งหนาม
(mucronate)
ปลายแหลม
(acute)
ปลายเรียวแหลม
(acuminate)
ปลายมน
(obtuse)
ปลายตัด
(truncate)
ปลายเว้าบุ๋ม
(emarginate)
ปลายเว้าตื้น
(emarginate)

โคนใบ

โคนรูปลิ่ม (cuneate) โคนใบสอบมาจรดกันคล้ายรูปลิ่ม
โคนสอบเรียว (attenuate) โคนใบสอบเรียวลงมาคล้ายก้านใบมีครีบ
โคนเฉียง (oblique) โคนใบเฉียงหรือเบี้ยว
โคนมน (obtuse) โคนใบมน
โคนตัด (truncate) โคนใบตัด
โคนรูปหัวใจ (cordate) โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ
โคนรูปเงี่ยงลูกศร (sagittate) โคนใบรูปลูกศร
โคนรูปเงี่ยงใบหอก (hastate) คล้ายโคนรูปเงี่ยงลูกศร แต่ส่วนโคนผายออก

โคนรูปลิ่ม
(cuneate)
โคนสอบเรียว
(attenuate)
โคนเฉียง
(oblique)
โคนมน
(obtuse)
โคนตัด
(truncate)
โคนรูปหัวใจ
(cordate)
โคนรูปเงี่ยงลูกศร
(sagittate)
โคนรูปเงี่ยงใบหอก
(hastate)

ขอบใบ

ขอบใบเรียบ (entire)
ขอบใบเป็นคลื่น (undulate)
ขอบใบหยักมน (crenate)
ขอบใบหยักซี่ฟัน (dentate)
ขอบใบจักฟันเลื่อย (serrate)
ขอบใบเป็นหยัก (lobed)
ขอบใบหยักแบบขนนก (pinnatifid)
ขอบใบหยักเป็นแฉกแบบนิ้วมือ (palmatifid)

ขอบใบเรียบ
(entire)
ขอบใบเป็นคลื่น
(undulate)
ขอบใบหยักมน
(crenate)
ขอบใบหยักซี่ฟัน
(dentate)
ขอบใบจักฟันเลื่อย
(serrate)
ขอบใบเป็นหยัก
(lobed)
ขอบใบหยักแบบขนนก
(pinnatifid)
ขอบใบหยักเป็นแฉกแบบนิ้วมือ
(palmatifid)

เส้นใบ

เส้นใบ มีการเรียงตัวดังนี้ คือ
เส้นใบแบบขนาน (parallel veins) พบในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
เส้นใบร่างแห (reticulate veins) พบในพืชใบเลี้ยงคู่