วันศุกร์, มีนาคม 24, 2017

เวชกรรมไทย

เวชกรรมไทย  หมายถึง การตรวจ การวินิจฉัย การบำบัด หรือการป้องกันโรค ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย หรือ มักเป็นที่รู้จักกันว่า การแพทย์แผนโบราณ เป็นความพยายามจะอธิบายภาวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพ ทั้งสภาวะปกติ และสภาวะที่ผิดปกติ (เป็นโรค) โดยใช้ทฤษฎีความสมดุลของธาตุต่าง ๆ ในร่างกาย เนื้อหารายละเอียดของตำราจะว่าด้วยความรู้ในด้านการรักษาโรค (เวชกรรม) เพราะถ้าไม่รู้จักโรค ก็ไม่สามารถจ่ายยาให้ถูกกับโรคได้ ด้วยการรู้จักคัมภีร์ของโรคต่างๆ และรู้ถึงสาเหตุการเจ็บป่วย การพัฒนาหรือการดำเนินไปของโรค เพื่อทำการรักษาได้ทันและถูกต้อง ซึ่งวิธีการรักษาแผนไทยนั้นมีทั้ง การใช้ยา นวด ประคบ อบ และอื่นๆ ฉะนั้นการเรียนเวชกรรมไทยนั้นจึงมีความสำคัญ และเมื่อท่านสามารถสอบได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาเวชกรรมไทยแล้ว ท่านสามารถที่จะประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์แผนไทยได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายอีกด้วย

คัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย

คัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย กล่าวถึงการค้นสาเหตุแห่งไข้ การวินิจฉัยโรค การตรวจโรค หรือการพยากรณ์โรคและไข้ต่างๆ โดยกล่าวถึงกองพิกัดสมุฏฐาน 4 ประการ คือ ธาตุสมุฎฐาน ฤดูสมุฎฐาน อายุสมุฎฐาน กาลสมุฎฐาน สมุฎฐานทั้ง 4 ประการนี้ แพทย์ทั้งหลายพึงเรียนรู้ไว้ให้แจ้ง เพราะเป็นที่ตั้งแห่งภูมิโรค และภูมิแพทย์ทั้งปวง แพทย์ใดมิได้รู้แจ้ง แพทย์นั้นชื่อว่า "มิจฉาญาณแพทย์" แพทย์ใดประกอบด้วยวิจารณปัญญารู้แจ้ง แพทย์นั้นชื่อว่า “เสฎฐญาณแพทย์” กองพิกัดสมุฏฐาน 4 ประการ...

คัมภีร์โรคนิทาน

ในคัมภีร์พระบรมอรรถธรรม ว่าด้วยคนจะถึงความมรณะสิ้นอายุ เทวทูตในธาตุทั้ง 4 ก็สำแดงออกมาให้ปรากฏโดยมโนทวารอินทรีย์ ธาตุ อันใดจะขาด จะหย่อน จะพิการ อันตรธานประการใดก็ดี มีแจ้งอยู่ในคัมภีร์มรณะญาณสูตรแล้ว ความมรณะ แบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ มรณะด้วยโบราณโรค มรณะด้วยปัจจุบันโรค 1. มรณะด้วยโบราณโรค คือ ตายโดยปกติ ตายโดยลำดับขันธ์ชวนะเร็ว ธาตุทั้ง 4 ล่วงไปตามลำดับ...

ความรู้เบื้องต้นของแพทย์แผนไทย

บุคคลที่ปราถนาจะศึกษาหาความรู้ความชำนาญในด้านการดูแลตนเอง การรักษาโรค การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรคนั้น สิทธิการิยะท่านว่า กุลบุตรผู้มีความปราถนาหาคุณสมบัติสำหรับตัว หรือผู้ที่มีความปราถนาจะเป็นหมอนั้น จะต้องเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญ ในการ แก้ไข สิ่งที่เกิดขึ้น คำว่า "หมอ" นั้นย่อมเรียกกันโดยมาก แต่ต่างกันโดยคุณความดีของบุคคล คือ ผู้ที่ชำนาญในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ ก็เรียกว่า หมอยา ผู้ที่เข้าใจในวิธีนวด ก็เรียกว่า หมอนวด ผู้ที่ชำนาญในการทรมานช้าง ก็เรียกว่า หมอช้าง...

จรรยาแพทย์แผนไทย

จรรยาวิชาชีพสาขาเวชกรรมไทย ประกอบด้วยคุณธรรม ดังนี้ เมตตาจิตแก่คนไข้ ไม่เห็นแก่ลาภ ไม่เป็นคนโอ้อวด ไม่ปิดบังความเขลาของตนเอง ไม่ปิดบังความดีของผู้อื่น ไม่หวงกันลาภผู้อื่น ไม่ลุอำนาจแก่อคติทั้ง 4  ไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรม มีหิริโอตัปปะ ไม่เป็นคนเกียจคร้านและมักง่าย มีโยนิโสมนสิการ ไม่เป็นคนมีสันดานอันประกอบด้วยความมัวเมา   ว่าด้วยคุณธรรมอันเป็นเครื่องประดับของหมอหรือจรรยาธรรมที่หมอควรประพฤติปฏิบัติ เมตตาจิตแก่คนไข้ ด้วยคนไข้อันความทุกขเวทนา ครอบงำอยู่ในใจตามมากและน้อย แล้วจะมีจิตคิดหวังที่จะเอาหมอเป็นที่พึ่ง หมอไปถึงก็ดีใจอยากจะฟังคำอธิบายของหมอ  ที่จะช่วยธุระชี้แจงอาการโรคของตน ถ้าหมอนั้นเป็นผู้มีเมตตาปราณีให้คนไข้เป็นที่ชื่นชมยินดีแล้ว ความสุขโสมนัสก็จะบังเกิดแก่คนไข้ เป็นทางที่จะบรรเทาไข้ใจให้หมดหรือน้อยลงไปได้ และจะเชื่อถ้อยฟังคำของหมอผู้นั้นด้วย...

รู้จักยารักษาโรค

หมอจะต้องรู้สรรพสิ่งต่างๆ ซึ่งจะได้เอามาปรุงเป็นยาแก้ไขโรค การที่จะรู้จักยานั้น ต้องรู้จัก 4 ประการ คือ รู้จักตัวยา รู้จักสรรพคุณยา รู้จักเครื่องยา ทีมีชื่อต่างกัน รวมเรียกเป็นชื่อเดียว ( พิกัดยา) รู้จักการปรุงยาที่ประสมใช้ตามวิธีต่างๆ รู้จักตัวยา รู้จักสรรพคุณยา  รู้จักเครื่องยาที่มีชื่อต่างกันรวมเรียกเป็นชื่อเดียว รู้จักการปรุงยา อนึ่ง ยาต้องมีชื่อ เพราะจะได้เป็นที่จดจำ ถ้าไม่มีชื่อไว้ ถึงคราวที่จะต้องการใช้จะสับสน...

คัมภีร์ธาตุวิภังค์

คัมภีร์ธาตุวิภังค์ กล่าวถึง สาเหตุการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นกับแต่ละบุคคล และอาการที่เกิดขึ้น เมื่อธาตุที่ 4 พิการ ได้แก่ ธาตูทั้ง 4 ขาดเหลือ ธาตุทั้ง 4 พิการตามฤดู และยารักษา และธาตุทั้ง 4 พิการ และยารักษา มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ สาเหตุการเสียชีวิตของบุคคล บุคคลตายด้วย ปัจจุบันกรรมและปัจจุบันโรค คือ โอปักกะมิกาพาธ...

คัมภีร์สิทธิสารสงเคราะห์

คัมภีร์สิทธิสารสงเคราะห์ ว่าด้วยลักษณะลำบองราหู อันบังเกิดใน 12 เดือน ลำบองราหู เกิดในเดือน 5 เมื่อแรกจับให้ร้อน ให้ท้องขึ้นท้องพอง ลำบองนั้นเกิดแต่เตโชธาตุให้โทษ จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย ลำบองราหู เกิดในเดือน 6 เมื่อแรกจับทำให้มือเท้าเย็น ท้องขึ้น จักษุเหลือง จับให้สันหลังแข็ง จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย ลำบองราหู เกิดในเดือน 7...

ประวัติการแพทย์แผนไทย

ประวัติการแพทย์แผนไทยนั้นเริ่มมีบันทึกไว้ตั้งแต่ในสมัยพุทธกาล มีชายผู้หนึ่งชื่อ "ชีวกโกมารภัจจ์" มีความสนใจในการศึกษาวิชาแพทย์ เพราะเหตุว่าเป็นวิชาที่ประกอบอาชีพไม่เบียดเบียนผู้ใด เป็นผู้ปฏิบัติประกอบด้วยเมตตากรุณา ปรารถนาที่จะให้มนุยษ์มีความสุข จึงได้ไปศึกษาวิชาทางการแพทย์ในสำนักทิศาปาโมกข์ในเมืองตักศิลา ท่านเป็นผู้ที่ฉลาดมีความสามารถในการเรียนรู้ เรียนได้เร็ว เรียนได้มากความทรงจำดี ใช้เวลาเรียนน้อยกว่าผู้อื่น เมื่อจบวิชาแพทย์แล้ว สามารถรักษาคนไข้ครั้งเดียวก็หายได้ ในเวลาต่อมาพระเจ้าพิมพิสารทรงประชวรด้วยโรค พระภคันทละ (คือโรคริดสีดวงทวาร) ก็ทรงโปรดให้หมอชีวกโกมารภัจจ์เข้าไปถวายการรักษา หมอชีวกโกมารภัจจ์ท่านได้ถวายการรัษาด้วยการทายาเพียงครั้งเดียว พระเจ้าพิมพิสารก็ทรงหายจากโรคที่เป็น จึงโปรดให้เป็นแพทย์หลวงประจำพระองค์และฝ่ายในกับบำรุงพระสงฆ์ นับว่าหมอชีวกโกมารภัจจ์เป็นแพทย์ผู้มีความรู้ความสามารถในครั้งพุทธกาล และมีผู้เคารพยกย่องอย่างมาก ประวัติการแพทย์แผนไทยมีการค้นพบศิลาจารึกของอาณาจักรขอม ประมาณปี พ.ศ. 1725-1729...

คัมภีร์ตักศิลา

คัมภีร์ตักศิลา เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงลักษณะ อาการ การรักษา ไข้พิษ ไข้กาฬ ต่างๆ ซึ่งจำแนกไว้หลายอย่าง โรคไข้พิษไข้กาฬต่างๆ ที่กล่าวในพระคัมภีร์ตักศิลา มีดังนี้ ไข้พิษไข้กาฬ 21 จำพวก ไข้รากสาด(ไข้กาฬ) 9 จำพวก ไข้ประดง(ไข้กาฬแทรกไข้พิษ) 8 จำพวก ไข้กาฬ 10 จำพวก ฝีกาฬ(เกิดในไข้พิษ) 10...

คัมภีร์ฉันทศาสตร์

คัมภีร์ฉันทศาสตร์ ว่าด้วยประเภทของไข้ต่างๆ 1. ลักษณะของไข้ ซึ่งเมื่อเวลาจับและกำลังวัน จะบอกว่าไข้นั้นเป็นไข้ประเภทใด มี 3 สถาน คือ ไข้เอกโทษ เริ่มจับเวลาย่ำรุ่งถึงบ่าย 2 โมง แล้วไข้นั้นจะค่อยๆ คลายลง ไข้ทุวันโทษ เริ่มจับเวลาย่ำรุ่งถึง 2 ทุ่ม แล้วไข้นั้นจะค่อยๆ คลายลง ไข้ตรีโทษ เริ่มจับเวลาย่ำรุ่งถึงตี 2 แล้วต่อถึงรุ่งเช้าแล้วไข้นั้นจะค่อยๆ ส่างคลายลง 2. ลักษณะของวันเวลาที่ไข้กำเริบ มี...