<br />
<b>Warning</b>:  ob_start() [<a href='ref.outcontrol'>ref.outcontrol</a>]: output handler 'ob_gzhandler' cannot be used twice in <b>/home/samunpri/domains/samunpri.com/public_html/mainfile.php</b> on line <b>75</b><br />
<?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-1"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>สมุนไพร</title>
<link>http://www.samunpri.com</link>
<description>Samunpri Powered Site</description>
<language>th_TH</language>

<item>
<title>ข้าวกล้องของดีเพื่อสุขภาพ</title>
<link>http://www.samunpri.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=235</link>
<description>&nbsp; 

<strong>ข้าวกล้องของดีเพื่อสุขภาพ 

ข้อมูลจาก <a href="/">http://www.samunpri.com</a> </strong>


<strong>&quot;ข้าวกล้องมีประโยชน์ทำให้ร่างกายแข็งแรง</strong><img src="images/samunpri_pic_416.jpg" alt width="104" height="104" align="left"><strong> ข้าวขาวเม็ดสวยแต่เขาเอาของดีออกไป หมดแล้ว มีคนบอกว่าคนจนกินข้าวกล้อง เรากินข้าวกล้องทุกวัน เรานี่แหละเป็นคนจน&quot;<br />
</strong><br />
<strong>ข้าวกล้องเมล็ดสีน้ำตาล หน้าตาไม่สวยใสเหมือนข้าวขัดขาว แต่การกินข้ากล้องนั้นทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มได้นานกว่า จึงไม่ทำให้อ้วน เพราะข้าวกล้องอุดมด้วยเส้นใยอาหารและคุณ ค่าทางอาหารมากกว่าข้าวที่ขัดสีจนขาว บางคนอาจจะคุ้นเคยกับการเรียกข้าวกล้องว่า ข้าวซ้อมมือ หรือข้าวแดง เพราะในสมัยโบราณชาวบ้านใช้วิธีตำข้าวกินเอง จึงเรียกกันว่าข้าวซ้อมมือ แต่ปัจจุบันเราใช้เครื่องจักรสีข้าวจึง เปลี่ยนมาเรียกว่า ข้าวกล้อง แต่ไม่ว่าจะเรียกอะไรก็ล้วนแล้ว แต่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนกัน </strong>

</description>
</item>

<item>
<title>กินอาหาร ให้เหมาะกับการออกกำลังกาย</title>
<link>http://www.samunpri.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=234</link>
<description>&nbsp; 

<strong>กินอาหาร ให้เหมาะกับการออกกำลังกาย 

ข้อมูลจาก <a href="/">http://www.samunpri.com</a> </strong>

<br />

<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp; พลังกายหรือพลังงานจากอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น </strong><img src="images/samunpri_pic_415.jpg" alt width="132" height="67" align="left"><strong>ร่างกายของนักกีฬาจะดึงพลังงานออกมาใช้ ได้ ขึ้นอยู่กับการออกกำลังกายหรือกีฬาที่เล่น พลังงานที่ใช้ก็จะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเภทของกีฬา<br />
</strong><br />
<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp; การออกกำลังกายประเภท ยกน้ำหนัก ขว้างจักร วิ่ง - ว่ายน้ำ 100 เมตร เป็นการใช้พลังงานเร่งด่วนและ ระยะสั้น แหล่งพลังงานจะมาจากสารอาหารที่อยู่ในกระแสเลือด และใช้พลังงานที่ได้จากการหด - คลายของกล้ามเนื้อ ทำให้นักกีฬาเกิดอาการเมื่อยล้า เป็นลมได้ ถ้าหากมีการออกกำลังกายต่อ เพราะที่กล้ามเนื้อมีสารอาหารที่เรียกว่า ไกลโคเจน (Glycogen) สะสมไว้ไม่เพียงพอแก่การดึงมาใช้งาน<br />
<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่วนการใช้พลังงานที่ติดต่อกันเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 20 นาที เช่น เตะฟุตบอล เล่นเทนนิส ตีปิงปอง เล่นวอลเล่ย์บอล ฯลฯ ก็จำเป็นต้องมีการสะสมพลังงานสำรองไว้ที่กล้ามเนื้อให้เต็มที่ จากนั้นจะใช้พลังงานจากไขมันและโปรตีนเป็นแหล่งพลังงานต่อถ้าไม่พอ จึงอดนึกถึงกลุ่มที่ออกกำลังกายเพื่อ ลดน้ำหนักไม่ได้ กลุ่มนี้ถ้าต้องการลดน้ำหนักจริง ๆ ต้องจำกัดอาหารและออกกำลังกายติดต่อกันไม่น้อยกว่า 20 นาที จุดมุ่งหมายเพื่อนำไขมันที่สะสมมาใช้นั่นเอง</strong>

</description>
</item>

<item>
<title>อาหารบำรุงต่อมลูกหมาก</title>
<link>http://www.samunpri.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=233</link>
<description>&nbsp; <strong>อาหารบำรุงต่อมลูกหมาก 

ข้อมูลจาก <a href="/">http://www.samunpri.com</a> </strong>

สำหรับคุณผู้ชายทุกคนทราบไหมว่าเจ้าอวัยวะที่เรียกว่า &ldquo;ต่อมลูกหมาก&rdquo; <img src="images/samunpri_pic_404.jpg" alt width="131" height="67" align="left">ของคุณนั้นอยู่ตรงไหน และมีไว้ทำอะไร? ทำไมหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้สูงอายุถึงมักจะมีปัญหากับต่อมลูกหมากให้ได้ยินกันบ่อยๆ เรามาทำความรู้จักกับต่อมลูกหมากกันก่อนสักนิดดีกว่า<br />
<br />
ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะหนึ่งในร่างกายที่มีรูปร่างคล้ายๆ ถั่ววอลนัท ตำแหน่งที่ตั้งอยู่แถวๆ โคนของอวัยวะเพศชาย ทำหน้าที่ผลิตของเหลวที่ช่วยบำรุงเลี้ยงตัวอสุจิในน้ำอสุจิของคุณผู้ชาย อวัยวะส่วนนี้เป็นจุดหนึ่งที่เจ้าตัวร้ายอย่างเนื้องอก หรือมะเร็งมักจะเข้าแทรกแซงเสมอๆ จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าสาเหตุของมะเร็งที่เกิดกับต่อมลูกหมากมักจะไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์เหมือนอย่างส่วนอื่นของร่างกาย แต่มักจะเกิดจากการดำเนินวิถีชีวิตที่ไม่เหมาะสมของตัวเจ้าของ โดยเฉพาะวิถีการรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ชาวตะวันตกโดยเฉพาะอังกฤษ สแกนดิเนเวีย หรืออเมริกา มีโอกาสเป็นมะเร็งที่ต่อมลูกหมากกันได้มากกว่าเราๆ เพราะวิถีการกินอยู่ของเขาที่ต่างจากเรานั่นเอง 

</description>
</item>

<item>
<title>อาหารกับโรคมะเร็ง</title>
<link>http://www.samunpri.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=232</link>
<description>
<strong>อาหารกับโรคมะเร็ง 

ข้อมูลจาก <a href="/">http://www.samunpri.com</a> </strong>


แม้ว่าในปัจจุบันเราจะไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคมะเร็ง <img src="images/samunpri_pic_414.jpg" alt width="124" height="114" align="left">แต่จากการค้นคว้าวิจัยและสถิติทางการแพทย์ เราพบว่าผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็ง<br />
<br />
ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีราสีเขียว - เหลืองขึ้น บ่อยๆ เช่น ถั่วลิสงคั่วป่นที่มีราขึ้น จะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ <br />
<br />
ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำ จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ เต้านม ต่อมลูกหมาก และมดลูก <br />
<br />
ผู้ที่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ที่มีพยาธิใบไม้ตับปนอยู่ จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของถุงน้ำดีในตับ <br />
<br />
<strong>ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารเค็มจัด <br />
</strong>ส่วนที่ไหม้เกรียมของอาหารปิ้ง - ย่าง รมควัน และอาหารที่ถนอมด้วยเกลือดินประสิว จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และลำไส้ใหญ่ 

</description>
</item>

<item>
<title>กินเบียร์..รักษาต้อกระจก</title>
<link>http://www.samunpri.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=231</link>
<description>&nbsp; 

<strong>กินเบียร์..รักษาต้อกระจก 

</strong>

<img src="images/samunpri_pic_413.jpg" alt width="112" height="114" align="left"><strong> ข้อมูลจาก <a href="/">http://www.samunpri.com</a> </strong>

ต้อกระจก เป็นปัญหาเรื้อรังของคนไทย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพราะแดดบ้านเราแรง นอกจากต้องระวังมะเร็งผิวหนังแล้ว ยังต้องระวังรังสีอัลตราไวโอเล็ตที่จะไปทำปฏิกิริยากับเลนส์ตา แล้วเกิดต้อกระจกขึ้นอีกด้วย<br />
<br />
นอกจากจะต้องเลี่ยงแสงแดดแรงๆ คือประมาณช่วงเวลา 11.00 - 15.00 น.แล้ว ก็ควรรับประทานอาหารที่มีสารป้องกันการเกิดต้อกระจกในปริมาณสูงไปด้วยพร้อมกัน มีผลวิจัยหนึ่งระบุว่า การดื่มเบียร์สักแก้วสองแก้วอาจป้องกันต้อกระจกได้ คอเบียร์ได้ยิน คงหาโอกาสดื่มเบียร์กันบ่อยขึ้น แต่พึงสังวรณ์ว่าแค่แก้วสองแก้วต่อวันเท่านั้น และต้องเป็นเบียร์เอลที่เกิดจากการหมักกับเชื้อยีสต์ หรืออาจเป็นเบียร์ดำที่มีสารล้างพิษจำนวนมากป้องกันโรคหัวใจด้วย

</description>
</item>

<item>
<title>กินผลไม้ถูกเวลา...มากคุณค่า</title>
<link>http://www.samunpri.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=230</link>
<description><strong>กินผลไม้ถูกเวลา...มากคุณค่า 

</strong><strong>ข้อมูลจาก <a href="/">http://www.samunpri.com</a> </strong>

คนส่วนใหญ่ทราบว่าเราควรกินผลไม้เพราะจะได้คุณค่าสารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ กรดอะมิโน กรดไขมันต่างๆ ที่จำเป็น<br />
คนส่วนใหญ่ทราบว่าเราควรกินผลไม้เพราะจะได้คุณค่าสารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน <img src="images/samunpri_pic_412.jpg" alt width="116" height="116" align="left">เกลือแร่ กรดอะมิโน กรดไขมันต่างๆ ที่จำเป็น ซึ่งจะเป็นกำลังเสริมให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ผลไม้บางครั้งยังเป็นเหมือนยาบำบัดที่ธรรมชาติสร้างให้มนุษย์ เช่นในวันที่อากาศร้อนๆ หากได้ลิ้มรสแตงโมสักชิ้นก็ทำให้ฉ่ำชื่นใจคลายร้อนไปได้มาก หรือคุณอาจเคยได้ยินว่ากินกล้วยน้ำว้าแล้วจะทำให้คลายจากท้องผูก แถมยังทำให้อารมณ์ดี เพราะเชื่อว่าในกล้วยมีสาร Tryptophan เมื่อกินเข้าไปจะเปลี่ยนเป็น Serotonin ที่เป็นสารสร้างความสุขให้กับคนเรา แต่ก็เชื่อว่าหลายๆ คนยังมองการกินผลไม้เป็นเรื่องรอง มีก็กิน ไม่มีก็ไม่กิน หรือบางคนตั้งใจกินผลไม้แต่กินผิดเวลา คุณค่าที่ควรจะได้จากผลไม้ที่กินเข้าไปก็เลยลดลงอย่างน่าเสียดาย <br />
<br />
คนส่วนใหญ่ทราบว่าเราควรกินผลไม้เพราะจะได้คุณค่าสารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ กรดอะมิโน กรดไขมันต่างๆ ที่จำเป็น


</description>
</item>

<item>
<title>เกลือกับปัญหาความดันโลหิตสูง</title>
<link>http://www.samunpri.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=229</link>
<description>&nbsp; 

<strong>เกลือกับปัญหาความดันโลหิตสูง 

</strong>

<strong>&nbsp; </strong><strong>ที่มาจาก </strong><strong>http://www.samunpri.com</strong> 

<strong>ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ต้องเติมเกลือลงไปในอาหารครั้งละมาก </strong><img src="images/samunpri_pic_411.jpg" alt width="145" height="97" align="left"><strong>ๆ (ไม่งั้นไม่อร่อย) ละก็...ขอเตือนว่าเกลือนั้นไม่ใช่ของดีเท่าไหร่หรอกนะคะ (ถ้ามากเกินไป)</strong>โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงอยู่ด้วยแล้ว เพราะมีข่าวจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อสาธารณชน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มปกป้องผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกา บอกไว้ว่าอเมริกันชน กว่า 50 ล้านคน ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงนั้น ได้รับคำแนะนำให้กินอาหารที่มีปริมาณโซเดียมต่ำไม่เกิน 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน<br />
<br />
โดยดร.สตีเฟน ฮาวาส มหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ กล่าวถึงกรณีนี้ว่าผู้ที่มีสุขภาพดีไม่ควรบริโภคโซเดียมเกิน 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับเกลือ 1 ช้อนชา แต่ปัจจุบันชาวอเมริกันเองโดยเฉลี่ยบริโภคเกลือกว่า 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน โดย 3 ใน 4 ส่วนของเกลือมาจากอาหารสำเร็จรูป ดร.สตีเฟน กล่าวว่าเกลือที่มากเกินไปจะทำให้โซเดียมมีปริมาณมาก และโซเดียมในเกลือที่มากเกินไปนี้จะก่อให้เกิดความดันโลหิตสูง มีผลต่อหัวใจและเส้นเลือดทั่วร่างกาย ซึ่งก่อให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย สมองขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต ภาวะไตวาย

</description>
</item>

<item>
<title>งา ธัญพืชต้านโรค</title>
<link>http://www.samunpri.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=228</link>
<description>&nbsp; 

<strong>งา ธัญพืชต้านโรค 

ข้อมูลจาก <a href="/">http://www.samunpri.com</a> </strong>


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะคะว่า เมล็ดพืชเล็ก ๆ<img src="images/samunpri_pic_410.jpg" alt width="118" height="72" align="left"> อย่าง &ldquo;เมล็ดงา&rdquo; น่ะ จะมีประโยชน์มากมายเกินตัวขนาดนี้ ซึ่งมิใช่แค่ความหอม หรือความอร่อยของงาเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่งายังเป็นพืชที่มากไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วยมากวิตามิน<br />
งา เป็นธัญพืชที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 และวิตามินไบโอติน โคลีน ไอโนสิตอล กรดพาราอะมิโนแบนโซอิค สารเหล่านี้จะช่วยบำรุงประสาทให้เป็นไปอย่างปกติ นอกจากนี้ในงายังมีกรดไขมันไลโนลีอิกอยู่มากด้วยเช่นกัน ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตและสามารถเก็บความชุ่มชื้นของผิวหนังได้ดี<br />
<br />
หากท่านที่มีอาการเกิดจากระบบประสาท เช่น นอนไม่หลับ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง เป็นเหน็บชา ปวดเส้นตามตัว แขน ขา เบื่ออาหาร ท้องผูก หรือเมื่อยสายตา ควรหันมารับประทานงาเป็นประจำนะคะ เพราะสามารถป้องกันโรคเหล่านี้ได้ นอกจากนี้แล้วงายังเป็นอาหารต้านมะเร็งและช่วยชะลอความชราให้ช้าลงไปอีกด้วย

</description>
</item>

<item>
<title> จะทำอย่างไรเมื่อลูกเบื่ออาหาร</title>
<link>http://www.samunpri.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=227</link>
<description>&nbsp;<strong>จะทำอย่างไรเมื่อลูกเบื่ออาหาร 

ข้อมูลจาก <a href="/">http://www.samunpri.com</a> </strong>

ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตามที่มีผลทำให้ลูกเบื่ออาหารขึ้น <img src="images/samunpri_pic_409.jpg" alt width="130" height="98" align="left">ไม่ควรนิ่งนอนใจเพราะนอกจากจะเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ร่างกายของเด็กที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโตนั้นต้องการสารอาหารอย่างต่อเนื่อง หากได้รับอาหารไม่เพียงพอ ร่างกายจะย่อยสลายกล้ามเนื้อเพื่อใช้เป็นพลังงาน ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง เด็กจะมีน้ำหนักตัวน้อยและไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร ทั้งนี้อาจรวมไปถึงการเกิดภาวะขาดสารอาหารต่าง ๆ ได้ และมีผลทำให้พัฒนาการต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะสติปัญญา ช้าลงหรือหยุดชะงักได้<br />
<br />
หลักการง่าย ๆ ในการปฏิบัติ<br />
<br />
กำหนดตารางการกินให้เป็นเวลาโดยพยายามไม่ให้มีกิจกรรมใด ๆ เข้ามาแทรกจังหวะของมื้ออาหาร เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปจากอาหาร แต่ถ้าลูกปฏิเสธการกินในขณะนั้น อย่าบังคับเพราะจะสร้างความเครียดและทัศนคติที่ไม่ดีต่อการรับประทานอาหาร


หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารว่างอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหาร เพื่อกระตุ้นให้รู้สึกหิวและอยากรับประทานอาหาร ทั้งนี้อาจให้ดื่มน้ำสะอาดได้เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ โดยเฉพาะเด็กที่มีปัญหาเจริญเติบโตช้า อาจได้รับน้ำในรูปแบบอื่น ๆ เช่นนม เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น

</description>
</item>

<item>
<title>ดื่มนมเปรี้ยวไม่ทำให้ผอม</title>
<link>http://www.samunpri.com/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=226</link>
<description><br />

<strong>ดื่มนมเปรี้ยวไม่ทำให้ผอม 

ข้อมูลจาก <a href="/">http://www.samunpri.com</a> </strong>


<strong>นมเปรี้ยวกำลังเป็นที่นิยมดื่มในหมู่สาวๆ </strong><img src="images/samunpri_pic_408.jpg" alt width="112" height="118" align="left"><strong>ที่กลัวอ้วน อยากลดน้ำหนัก ทั้งพ่อแม่ก็นิยมซื้อให้ลูกดื่มด้วยเข้าใจว่ามีประโยชน์เหมือนดื่มนมสด<br />
</strong><br />
แถมยังเข้าใจว่าดื่มแล้วไม่อ้วนอีกด้วย ซึ่งก็เป็นผลจากภาพโฆษณาที่ใช้นางแบบรูปร่างผอมบาง จึงชวนให้เชื่อว่าดื่มแล้วผอมเหมือนนางแบบ 


นมเปรี้ยวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำนม มาหมักด้วยจุลินทรีย์ที่ไม่ทำให้เกิดโรค จุลินทรีย์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น และทำปฏิกิริยากับน้ำตาลแลคโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลธรรมชาติในน้ำนม เกิดกรดแลคติคที่มีรสเปรี้ยว ได้นมที่มีลักษณะเป็นครีมข้นๆ เรียกว่า โยเกิร์ตชนิดรสธรรมชาติ แต่ในบ้านเรานิยมเติมน้ำตาล น้ำเชื่อม ผลไม้เชื่อมลงไป หรือทำให้เหลวแล้วเติมน้ำตาล และแต่งรสผลไม้เป็นนมเปรี้ยวชนิดดื่ม ซึ่งเป็นชนิดที่นิยมกันมาก <br />
<br />
แต่นมเปรี้ยวชนิดดื่มที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่มีนมเป็นส่วนประกอบเพียงร้อยละ 35-50 และที่สำคัญนมเปรี้ยวชนิดดื่มเหล่านี้ รวมทั้งชนิดไลท์ที่ทำมาจากนมพร่องมันเนย มีน้ำตาลผสมสูงถึงร้อยละ 8-20 สูงกว่านมหวานอย่างมาก และสูงใกล้เคียงกับน้ำอัดลมทีเดียว 

</description>
</item>

</channel>
</rss>