ชุมเห็ดเทศ

ชื่อท้องถิ่น : ชุมเห็ดเทศ, ขี้คาก, ลับมือหลวง, เล็บมืนหลวง, หมากกะลิงเทศ, ส้มเห็ด, จุมเห็ด, ชุมเห็ดใหญ่, ตะลีพอ, ตุ๊ยเฮียะเต่า, ฮุยจิวบักทง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Senna alata (L.) Roxb. (Cassia alata L.)
วงศ์ : CAESALPINIACEAE
ชื่อสามัญ : Candelabra Bush, Ring Worm Bush, Seven – Golden – Candle – Sticks

ลักษณะ : เป็นไม้พุ่มสูง 1-3 เมตร แตกกิ่งก้านออกด้านข้างในแนวขนานกับพื้น

  • ใบ : เป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน รูปวงรีแกมขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ กว้าง 3-7 ซม. ยาว 6-15 ซม. หูใบเป็นรูปสามเหลี่ยม
  • ดอก : ออกเป็นช่อที่ซอกใบตอนปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองทอง ดอกย่อยมีใบประดับสีเหลืองแกมน้ำตาล กลีบเลี้ยงสีเขียว มี 5 กลีบ
  • ผล : เป็นฝัก มีครีบ 4 ครีบ ภายในมีเมล็ดสีดำอยู่จำนวนมาก เมล็ดแบน รูปสามเหลี่ยม

การขยายพันธุ์ : เมล็ด ปลูกง่ายในดินเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนซุย เป็นพืชที่ชอบน้ำและดินที่ชุ่มชื่น ไม่ชอบร่ม ปลูกโดยการเพาะกล้าก่อน หรือปลูกโดยตรงก็ได้

ส่วนที่นำมาเป็นยา : ดอกสด ใบสด หรือแห้ง

สารเคมีและสารอาหารที่สำคัญ : มีสารแอนทราควิโนน กลัยโคซานด์ หลายชนิดได้แก่ emodin, aloe – emodin และ rhein ใช้เป็นยาระบายกระตุ้นลำใส้ใหญ่

สรรพคุณทางยาและวิธีใช้ :

  • แก้กลากเกลื้อน :ใช้ใบสด 4 -5 ใบ ขยี้หรือตำให้ละเอียด เติมน้ำเล็กน้อยทาบริเวณที่เป็นหรือใช้ใบตำรวมกับกระเทียม 4 – 5 กลีบ ผสมปูนแดงเล็กน้อยทาบริเวณที่เป็น โดยเอาไม้ไผ่ขูดผิวให้แดงก่อน ทาบ่อย ๆ จนหายหายแล้วทาต่ออีก 7 วัน
  • แก้ฝีและแผลพุพอง : ใช้ใบและก้านสด 1 กำมือ ต้มกับน้ำพอท่วมยา แล้วเคี่ยวให้เหลือ 1 ใน 3 ชะล้างบริเวณที่เป็นวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ถ้าเป็นมากให้ใช้ประมาณ 10 กำมือ ต้มอาบ
  • แก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย :
    1.ใช้ช่อดอกสด 2-3 ช่อดอกต้มรับประทานกับน้ำพริก หรือนำใบสดหั่นตากแห้ง ใช้ต้มหรือชงน้ำดื่ม ครั้งละ 12 ใบ
    2.ใบแห้งบดเป็นผงปั้นกับน้ำผึ้งเป็นลูกกลอนขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย รับประทานครั้งละ 3 เม็ด ก่อนนอน หรือเมื่อมีกอาการท้องผูก
    ใช้ใบสด 8-12 ใบ อังไฟให้เหลือง หั่นเป็นฝอย ต้มกับน้ำ 1 ถ้วย เติมเกลือเล็กน้อย รินเอาแต่น้ำ ใช้สำหรับดื่ม

ข้อควรระวัง :

  • ใบชุมเห็ดเทศถ้าไม่คั่วเสียก่อน จะเกิดอาการข้างเคียง คืออาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เมื่อคั่วความร้อนจะช่วยให้สารที่ออกฤทธิ์ทำให้คลื่นไส้อาเจียนสลายไป
  • ส่วนต่าง ๆ ของชุมเห็ดเทศมีสารกลุ่มแอนทราควิโนน ซึ่งมีฤทธิ์ระบายโดยการกระตุ้นบีบตัวของลำไส้ใหญ่ จึงไม่ควรกินติดต่อกันนานเพราะเมื่อไม่ได้รับยาจะทำให้ลำไส้ไม่ทำงานตามปกติ


ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>