ชื่อท้องถิ่น : มะขามแขก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Senna alexandrina P. Miller (Cassia angustifolia Vahl)
วงศ์ : LEGUMINOSAE (FABACEAE) CAESALPINIOIDEAE
ชื่อสามัญ : Senna
ลักษณะ : เป็นไม้พุ่ม สูง 0.5-1.5 ม. ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปวงรีหรือรูปหอก กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 2.5-3.5 ซม. ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบตอนปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง ผล เป็นฝักแบน รูปขอบขนาน ฝักคล้ายกับฝักถั่วลันเตา แต่ป้อมและแบนกว่า
การขยายพันธุ์ : ใช้เมล็ดปลูก มะขามแขกเป็นพืชที่ทนความแห้งแล้งได้ดีมาก และเป็นพืชที่มีอายุสั้นเพียง 1-2 ปี เท่านั้น จำเป็นต้องปลูกขึ้นใหม่ทดแทนต้นเก่า
ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบแห้งและฝักแห้ง
สารเคมีและสารอาหารที่สำคัญ : ในใบและฝักมะขามแขก มีสารจำพวก “แอนทราควิโนน” หลายชนิด ที่สำคัญคือ เซนโนไซด์เอ และบี (Sennosides a and b), อีโมดิน (emodin) และเรอิน (rhein) เป็นต้น แอนทราควิโนดังกล่าวจะออกฤทธิ์กระตุ้นให้มีการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ทำให้เกิดการอยากถ่าย
สรรพคุณทางยาและวิธีใช้ : แก้อาการท้องผูก ใช้ใบแห้ง 1-2 หยิบมือ (หนัก3-10 กรัม) หรือ ใช้ฝักแห้ง 4-5 ฝัก ชงน้ำร้อนทิ้งไว้ 10 นาที หรือใช้วิธีบดเป็นผงชงน้ำดื่ม ใช้ดื่มก่อนนอน
ข้อควรระวัง :
- การรับประทานมะขามแขกติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้ขาดธาตุโปแตสเซียมได้ จึงควรรับประทานโปแตสเชียมร่วมไปด้วย
- หากใช้มะขามแขกนาน ๆ ติดต่อกันอาจทำให้ระบบประสาทที่ควบคุมการบีบตัวของลำไส้ถูกทำลายได้ หากไม่ใช้จะไม่ถ่าย ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ
- หญิงมีครรภ์หรือมีประจำเดือนห้ามรับประทาน
- มะขามแขกเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ที่มีอาการท้องผูกเป็นประจำแต่ควรใช้เป็นครั้งคราว