ดูแลมารดาหลังคลอด

เคล็ดลับการดูแลคุณแม่หลังคลอดมีข้อแนะนำสำหรับการดูแลร่างายภายหลังคลอด

  1. การเคลื่อนไหวร่างกายหลังคลอด
    คุณแม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายหรือไปไหนมาไหนได้ เนื่องจากการเคลื่อนไหวร่างกาย จะช่วยให้กล้ามเนื้อในร่างกายมีการขยับตัว เป็นการสมานแผลฝีเย็บไปในตัว มีเพียงข้อเสนอแนะ 2 ข้อในขณะคลอด คุณแม่จะเสียเลือดมากกว่าปกติ ดังนั้น หลังคลอดใหม่ๆควรระวังอาการหน้ามืด เป็นลมที่จะเกิดขึ้นได้ อีกข้อหนึ่งคือ หากจะมีการเคลื่อนไหวร่างกาย ขอให้พึงระวังแรงกระทบกระเทือนต่อมดลูก เช่น ห้ามกระโด ห้ามยกหรือหิ้วของหนัก เป็นต้น
  2. การรักษาความสะอาดของร่างกายคุณแม่ที่คลอดเอง
    สามารถอาบน้ำ สระผมได้ตามปกติแต่ต้องระวังการลื่นล้ม เพราะร่างกายที่อ่อนเพลียทำให้หน้ามืดเป็นลมล้มได้ง่าย แต้ถ้าคลอดโดยการผ่าตัด ยังไม่สามารถอาบน้ำได้ในช่วงอาทิตย์แรกเพราะแผลผ่าตัดจะเปียก อาจทำให้ติดเชื้อและเกิดการอักเสบได้ ต้องเช็ดตัวก่อน แต่หลังจากที่แพทย์ตัดไหมแล้ว รุ่งขึ้นจึงอาบน้ำได้ และไม่ควรแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด ปล่อยให้มันหลุดไปเองจึงดีที่สุด
  3. การดูแลแผลฝีเย็บ
    คุณแม่เพียงแต่ล้างด้วยน้ำต้มสุกอุ่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาล้างแผลเป็นพิเศษแล้วซับให้แห้ง เท่านั้น ประมาณ 5 ถึง 6 วัน แผลก็จะติดและแห้งได้เอง ส่วนการดูแลหลังการขับถ่ายให้ทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพราะการเช็ดจากด้านหลังมาด้านหน้าจะทำให้เชื้อโรคมาปนเปื้อนบริเวณแผลฝีเย็บ ทำให้เกิดการอักเสบได้ การดูแลแผลฝีเย็บอย่างถูกต้องจะป้องกันปัญหาการอักเสบได้
  4. การร่วมเพศหลังคลอดบุตรจะร่วมเพศได้เมื่อไรและจะมีอันตรายได้หรือไม่
    ส่วนใหญ่หลังคลอด แพทย์มักจะให้งดร่วมเพศจนกว่าจะตรวจสุขภาพ 6 สัปดาห์ หลังคลอด เพื่อดูว่าทุกอย่างปกติ เรียบร้อยดีแล้วรือยัง แต่ไม่ได้เป็นเช่นนี้ทุกคน คุณแม่บางคนนั้น คาวปลาหมดแผลที่ช่องคลอดหายดีแล้วและไม่เจ็บปวด เมื่อร่วมเพศแล้วไม่เจ็บปวดเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถทำได้หลังคลอดแล้วอย่างน้อย 1 เดือน แต่ถ้าหากมีการร่วมเพศก่อนไปตรวจสุขภาพหลังคลอด 6 สัปดาห์ คุณแม่ควรระวัง อาจจะเกิดการตั้งครรภ์ได้ เพราะบางคนเริ่มมีไข่ตกแล้ว โดยเฉพาะคุณแม่ที่ไม่ได้ให้ลูกกินนม จึงควรจะเตรียมเรื่องการคุมกำเนิดไว้ด้วย
  5. การพักผ่อนร่างกายหลังคลอดเพื่อให้ร่างกายที่ทำงานหนักในขณะคลอด
    ได้ฟื้นตัว และคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกเอง ยิ่งจะต้องหาโอกาสพักผ่อนในช่วงที่ลูกนอนหลับให้มากขึ้น เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง กลับสู่กิจวัตรประจำวันได้เร็วที่สุด
  6. อาหารที่ควรรับประทานภายหลังคลอด
    อาหารควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย รสไม่จัดและควรมีกากใยมาก เพื่อลดอาการท้องผูก โดยเฉพาะถ้าคุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เอง ควรจะต้องรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ รับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้นดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้มีน้ำนม ถ้าคุณแม่มีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น ควรงดอาหารที่มีไขมันหรือของหวานต่างๆ อาหารสามารถทานได้ทุกอย่าง ยกเว้นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง เช่นของหมักดอง เครื่องดื่มมีเอลกอฮอลล์และอาหารรสจัด เพราะจะมีผลไปถึงลูกน้อยได้
  7. อาการผิดปกติที่คุณแม่ควรระวัง
    เพื่องป้องกันและแก้ไขได้ทันท่วงทีภายหลังคลอดคือ มีแผลฝีเย็บมาก หลังคลอดปกติจะมีอาการปวดแผลฝีเย็บได้ ซึ่งแพทย์จะสั่งยาแก้ปวดให้ทานบรรเทาอาการ โดยส่วนใหญ่อาการปวดจะทุเลาลงเรื่อยๆทุกวัน แล้วหายไปภานใน 1 อาทิตย์ แต่หากว่าคุณแม่กลับบ้านแล้ว ยังปวดแผลมากหรือแผลมีลักษณะบวมแดง กดแล้วเจ็บ นั่งไม่ได้เลย ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะแผลฝีเย็บอาจจะเกิดการติดเชื้ออักเสบได้ เป็นไข้ หากหลังคลอดคุณแม่รู้สึกมีอาการคล้ายจะเป็นไข้ในวันแรกหลังคลอด ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนเลือดในระหว่างคลอด แต่ถ้าหากผ่านไปหลายวัน ยังมีอาการไข้ หนาวสั่นอยู่ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้นเช่น อาจจะเป็นไข้หวัด หรืออาจจะเกิดการอักเสพ ของทางเดินปัสสาวะ มดลูก หรือแผลฝีเย็บได้ ดังนั้น ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เพาะจะได้ทำการรักษา ก่อนที่อาการจะลุกลามมากขึ้นทางเดินปัสสาวะอักเสพ อาการนี้พบได้มากส่วนหนึ่งมาจากการที่ระยะตั้งครรภ์ ไตจะกรองปัสสาวะมากกว่าปกติ จะปัสสาวะบ่อยขึ้นถ้าถ่ายปัสสาวะไม่หมดจะมีปัสสาวะค้างอยู่ ในน้ำปัสสาวะมีเชื้อโรคหรือเชื้อแบคทีเรียปนอยู่แล้วเชื้อจะเพิ่มมากขึ้น เป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะและทางเดินปัสสาวะได้ และลามถึงไตอักเสพได้ ซึ่งจะทำให้มีอาการเป็นไข้ ปวดหลังด้านใดด้านหนึ่ง หรือสองด้านได้ อาจมีหนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัด ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาทันทีตกเลือด การตกเลือดหลังคลอด มีทั้งการตกเลือดทันที คือ ภายใน 24 ชั่วโมง แรก และการตกเลือดหลังคลอด หลัง 24 ชั่วโมงแรกไปจนถึง 6 สัปดาห์ การตกเลือดทันที(ใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด) อาจเกิดจากมดลูกหดตัวไม่ดีจากสาเหตุต่างๆเช่น การฉีกขาดจากช่องคลอด การมีเศษรก เศษถุงน้ำคร่ำติดค้างอยู่ในโพรงมดลูก การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
    ส่วนสาเหตุใหญ่ของการตกเลือดภายหลัง 24 ชั่วโมง หรือ 6 สัปดาห์ มาจากการติดเชื้อ การมีรก เศษถุงน้ำคร่ำค้างในโพงมดลูก และการติดเชื้อบริเวณแผลเย็บ โดยจะมีอาการเป็นไข้ ปวดท้องน้อย น้ำควาปลามีกลิ่นเหม็นและมีเลือดออกหรือน้ำคาวปลาที่เคยเปลี่ยนจากสีแดงจางๆ กลับเป็นสีแดงมากขึ้น คุณแม่ควรไปพบแพทย์ หรือรับการรักษาก่อนจะตกเลือดมากขึ้น หรือมีอาการอักเสบมากกว่าเดิมหัวนมแตก เกิดจากการแตกแห้งของหัวนมและแกะสะเก็ดของนมน้ำเหลืองที่แห้งกรังที่หัวนม หรือการล้างเช็ดหัวนมมาเเกินความจำเป็น หรือนมคัดมากจนถึงลานนม วิธีป้องกัน อย่าปล่อยให้นมคัดนานเกิน ให้ทารกดูดนมทุก 3ถึง 4 ชั่วโมงหรือปั้มนมออกและอย่าปล่อยให้ทารกดูดนมจนหลับ เพราะหัวนมที่เปลียกจะทำให้เนื้อเยื่อระคายเคือง ทำให้หัวนมแตกได้ หลังจากให้นมทารกแล้ว ควรซับหัวนมให้แห้งก่อนสวมยกทรงทุกครั้ง งดให้นมชั่วคราวหลังหัวนมแตกบีบนมจากเต้าใส่ขวดหรือใส่ช้อนป้อนให้ทารก แต่ต้องรักษาความสะอาดด้วย ทาหัวนมข้างที่แตกด้วย GLYCCRIN DORAX ให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ
  8. การใช้ยาในระยะหลังคลอดสิ่งที่คุณแม่หลังคลอดจะต้องหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดคือ
    การใช้ยาที่ส่งผลกระทบต่อลูกน้อย โดยเฉพาะในช่วงทีคุณแม่กำลังให้นมลูก เนื่องจากมียาบางชนิดที่รับประทานแล้วอาจถูกขับออกมาทางน้ำนมแม่ เช่น ยาถ่าย ยาระบาย ซึ่งมีผลกระทบให้ลูกน้อยเกิดอาการท้องเสียได้
    ดังนั้น การรับประทานยาต้งออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยทั่วไปคุณแม่ที่เพิ่งคลอดใหม่ๆ แพทย์จะให้ยารับประทานแก้ปวด ยาแก้อักเสบ รวมถึงวิตามิน ธาตุเหล็ก ซึ่งจะช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ สร้างเม็ดเลือดที่สูญเสียไปในการคลอดแคลเซี่ยมช่วยเสริมกระดูกและฟัน วิตามินบางส่วนยังสามารถหลั่งออกมาทางน้ำนม ทำให้ลูกน้อยได้ประโยชน์ไปด้วย
  9. การใช้ยาในระยะหลังคลอด
    สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดจะต้องหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดคือ การใช้ยาที่ส่งผลกระทบต่อลูกน้อย โดยเฉพาะในช่วงทีคุณแม่กำลังให้นมลูก เนื่องจากมียาบางชนิดที่รับประทานแล้วอาจถูกขับออกมาทางน้ำนมแม่ เช่น ยาถ่าย ยาระบาย ซึ่งมีผลกระทบให้ลูกน้อยเกิดอาการท้องเสียได้ดังนั้น การรับประทานยาต้งออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยทั่วไปคุณแม่ที่เพิ่งคลอดใหม่ๆ แพทย์จะให้ยารับประทานแก้ปวด ยาแก้อักเสบ รวมถึงวิตามิน ธาตุเหล็ก ซึ่งจะช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ สร้างเม็ดเลือดที่สูญเสียไปในการคลอด แคลเซี่ยมช่วยเสริมกระดูกและฟัน วิตามินบางส่วนยังสามารถหลั่งออกมาทางน้ำนม ทำให้ลูกน้อยได้ประโยชน์ไปด้วย

การดูแลหลังคลอดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก เพื่อหาวิธีดูแลและทำให้ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจปรับสู่ภาวะปกติ สามารถเลี้ยงลูก ดูแลครอบครัวได้ปกติ