กระเจี๊ยบแดง

เปิดอ่าน 381 views

 กระเจี๊ยบแดง

ชื่ออื่น ๆ : กระเจี๊ยบเปรี้ยว(ภาคกลาง), ส้มเก็งเค็ง(ภาคเหนือ), ส้มปู(เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), ส้มตะเลงเครง(ตาก) , ผักเก็งเค็ง,ส้มพอเหมาะ
ชื่อสามัญ : Jamaican Sorrel, Rosella
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscus sabdariffa Linn.
วงศ์ : Malvaceae

กระเจี๊ยบแดง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • กระเจี๊ยบแดง เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก เป็นพืชปีเดียว ลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร ส่วนลำต้นและกิ่งก้านนั้นจะมีสีม่วงแดง
  • ใบกระเจี๊ยบแดง มีลักษณะอยู่หลายชนิด ขอบใบเว้าลึก 3 หยัก หรือเรียบตัวใบเป็นรูปเรียวแหลม สำหรับก้านของใบนั้นจะยาวประมาณ 5 ซม.
  • ดอกกระเจี๊ยบแดง มีสีชมพูตรงกลางจะมีสีเข้มกว่าส่วนนอก ดอกจะออกบริเวณง่ามใบ ก้านดอกจะสั้น กลีบรองดอกจะมีลักษณะเป็นปลายแหลมมีประมาณ 8-12 กลีบ กลีบเลี้ยงจะแผ่ขยายติดกันออกหุ้มเมล็ดไว้มีสีแดงเข้มหักง่าย มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 ซม.
  • ผลกระเจี๊ยบแดง เป็นรูปรีปลายแหลม ผลยาวประมาณ 2.5 ซม. ห่อหุ้มด้วยกลีบเลี้ยง
  • เมล็ดกระเจี๊ยบแดง ส่วนในของเมล็ดรูปไต เป็นสีน้ำตาลจำนวนมาก

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ยอด ใบ กลีบเลี้ยง เมล็ด (ยอดและใบใช้สด กลีบเลี้ยงใช้ตากแห้ง และใบสด เมล็ด ใช้เมล็ดที่ตากแห้ง)

สรรพคุณตามตำรายาไทย :

  • ยอดและใบ ช่วยย่อยอาหาร ละลายเสมหะ ขับปัสสาวะ หล่อลื่นลำไส้ เป็นยาบำรุงธาตุและยาระบาย ใช้ภายนอกคือ ตำพอกฝี ต้มชะล้างแผล วิธีใช้โดยแกงหรือต้มกิน
    ใช้ภายนอก โดยเอาใบตำให้ละเอียดแล้วนำมาประคบฝีต้มเอาน้ำมาล้างแผล
  • กลีบเลี้ยง ทำให้สดชื่น ขับปัสสาวะ ขับน้ำดี ลดไข้ แก้ไอ แก้นิ่ว แก้กระหายน้ำ
    วิธีใช้ โดยใช้ชงน้ำร้อนหรือต้มน้ำกิน ใช้ที่ตากแห้งแล้วประมาณ 5-10 กรัม
  • เมล็ด ลดไขมันในเลือด บำรุงเลือด บำรุงธาตุ ขับน้ำดี ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะขัดและเจ็บ เป็นยาระบาย
    วิธีใช้บดให้ละเอียดเป็นผงผสมกินหรือต้มน้ำกิน ใช้เมล็ดที่แห้ง

กระเจี๊ยบแดง

ใบกระเจี๊ยบแดงผลกระเจี๊ยบแดงดอกกระเจี๊ยบแดง