ผักคราดหัวแหวน

เปิดอ่าน 305 views

ผักคราดหัวแหวน

ชื่ออื่น : ผักคราด, ผักเผ็ด, อึ้งฮวยเกี้ย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen
ชื่อสามัญ : Para cress , Tooth-ache Plant
วงศ์ : Asteraceae (Compositae)

ผักคราดหัวแหวน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ผักคราดหัวแหวน เป็นไม้ล้มลุก สูง 30-40 ซม. ลำต้นมักทอดเลื้อย ปลายยอดตั้ง ต้นสีเขียวปนสีม่วงแดง มีขน
  • ใบผักคราดหัวแหวน เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม สลับตั้งฉาก รูปสามเหลี่ยม กว้าง 3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจักฟันเลื่อย แผ่นใบสีเขียว มีขนประปรายทั้งสองด้าน
  • ดอกผักคราดหัวแหวน ออกเป็นช่อรูปกรวยคว่ำ ตามซอกใบ ดอกสีเหลือง
  • ผลผักคราดหัวแหวน เป็นผลแห้ง รูปไข่

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ราก ต้น ทั้งต้น ใบ ดอก (ราก ทั้งต้นสด เก็บได้ตลอดปี หรือตากแห้งเก็บเอาไว้ใช้)

สรรพคุณตามตำรายาไทย :

  • ราก แก้ปวดฟัน แก้ปวดศีรษะ แก้คัน เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ
  • ต้น แก้พิษตานซาง แก้ไข้ แก้เจ็บคอ ฝีในคอ แก้ต่อมน้ำลายอักเสบ แก้ริดสีดวง
  • ทั้งต้น รสเผ็ด ซ่าปาก ทำให้ลิ้นและเยื่อเมือกชา แก้ต่อมน้ำลายอักเสบ แก้ฝีในคอ แก้ไข้ คอตีบตัน แก้ซาง แก้คัน แก้ริดสีดวง แก้เริม แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง แก้ไอ ระงับหอบ ไอหวัด ไอกรน หอบหืด แก้เหงือกและฟันปวด แก้ปวดบวมฟกช้ำ แก้ไขข้ออักเสบจากลมขึ้น ( Rheumatic fever ) แก้บิด ท้องเดิน แก้แผลบวม มีพิษ งูพิษกัด สุนัขกัด ตะมอย
  • ใบ แก้ปวดฟัน แก้ปวดศีรษะ รักษาแผล มีฤทธิ์เป็นยาชา
  • ดอก แก้ปวดฟัน แก้ปวดศีรษะ

ผักคราดหัวแหวน ผักคราดหัวแหวน ผักคราดหัวแหวน


วิธีและปริมาณที่ใช้ :

  • ใช้รับประทานภายใน ต้มแห้งหนัก 3.2- 10 กรัม ต้มน้ำดื่ม หรือบดเป็นผงหนัก 0.7- 1 กรัม รับประทานกับน้ำ หรือผสมกับเหล้ารับประทาน
  • ใช้ทาภายนอก ต้นสดตำพอก หรือเอาน้ำทาถู ใช้ต้นสด 1 ต้น ตำให้ละเอียด เติมเกลือ 10 เม็ด คั้นน้ำ ใช้สำลีพันไม้ชุบน้ำยาจิ้มลงในซอกฟัน ทำให้หายปวดฟันได้

การปรุงอาหาร

  • ยอดอ่อน ใบอ่อน รับประทานเป็นผักสดร่วมกับลาบ ลวกจิ้มน้ำพริก ซุป ใส่แกงหน่อไม้ แกงแค ดับกลิ่นคาวดีมาก รับประทานกับปู น้ำพริกปลาร้า

ลักษณะพิเศษ

  • ดอกรสเผ็ดชาลิ้น ใบรสหวานๆ ขมๆ ชาลิ้น ขมเย็นๆ เคี้ยวแก้ปวดฟันเป็นยาชา ผักคราดรสเผ็ดร้อนช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับลม ช่วยย่อยอาหารได้

การขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์ เมล็ด ปักชำมีรากออกตามข้อ ใช้ลำต้นปลูกโดยใช้ลำต้นที่มีข้อ 2–3 ข้อ ฝังลงไปในดินให้ส่วนยอดโผล่เหนือผิวดิน ฤดูกาลเก็บส่วนขยายพันธุ์ได้ตลอดปี สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตขึ้นทั่วไปในที่ลุ่ม ชื้นแฉะพบตามป่าละเมาะ

แหล่งข้อมูล | Reference

  • วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2531. พจนานุกรมสมุนไพรไทย. 880 หน้า.
  • เต็ม สมิตินันทน์. 2523. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (ชื่อพฤกษศาสตร์ – ชื่อพื้นเมือง). กรมป่าไม้ 379 หน้า.
  • สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. 2542. ผักพื้นบ้านภาค อีสาน 302 หน้า.
  • สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล กระทรวงศึกษาธิการ ผลการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการผักพื้นบ้านอาหารธรรมชาติอีสาน ครั้งที่ 2. 177 หน้า.