ตะไคร้หอม

เปิดอ่าน 85 views

ตะไคร้หอม

ชื่ออื่น ๆ : ตะไคร้แดง, ตะไครมะขูด, จะไคมาขูด
ชื่อสามัญ : Citronella Grass
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cymbopogon nardus (Linn.)Rendle
วงศ์ : GRAMINEAE

 ตะไคร้หอม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ตะไคร้หอม เป็นไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า สูงประมาณ 2 เมตร ลำต้นแตกจากเหง้าใต้ดินเป็นกอ ลำต้นเป็นข้อๆ
  • ใบตะไคร้หอม เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบรูปขอบขนานปลายแหลม ใบยาวกว่าตะไคร้บ้าน ลักษณะของใบกว้าง 5-20 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 50-100 เซนติเมตร แผ่นใบแคบ ยาว และนิ่มกว่าตะไคร้บ้าน มีสีเขียว ผิวเกลี้ยง และมีกลิ่นหอมเอียน ปลายใบห้อยลงปรกดิน ก้านใบเป็นกาบซ้อนกันแน่นสีเขียวปนม่วงแดง ต้นและใบมีกลิ่นฉุนจนรับประทานเป็นอาหารไม่ได้
  • ดอกตะไคร้หอม ออกเป็นช่อ ออกที่ปลายยอด ชูก้านช่อดอกยาวออกมาจากส่วนกลางต้น มีช่อดอกใหญ่ ยาวประมาณ 2 เมตร แยกออกเป็นแขนง เป็นช่อฝอย แต่ละแขนงมีช่อย่อย 4-5 ช่อ แต่ละช่อมีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกย่อยสีน้ำตาลแดง เป็นพืชที่ออกดอกยาก
  • ผลตะไคร้หอม เป็นผลแห้ง ไม่แตก

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบ ต้น ราก

สรรพคุณตามตำรายาไทย :

  • หง้า เป็นยาบีบมดลูก ทำให้แท้งบุตรได้ คนมีครรภ์ห้ามรับประทาน ขับประจำเดือน ขับปัสสาวะ ขับระดูขาว ขับลมในลำไส้ แก้แน่น แก้แผลในปาก แก้ตานซางในลิ้นและปาก บำรุงไฟธาตุ แก้ไข้ แก้อาเจียน แก้ริดสีดวงตา แก้ธาตุ แก้เลือดลมไม่ปกติ
  • เหง้า ใบ และกาบ นำมากลั่นได้น้ำมันหอมระเหย ใช้เป็นเครื่องหอม เช่น สบู่ หรือพ่นทาผิวหนังกันยุง แมลง
  • ทั้งต้น มีรสปร่า ร้อนขม แก้ริดสีดวงในปาก ขับโลหิต ทำให้มดลูกบีบตัว ทำให้แท้ง ขับลมในลำไส้ แก้แน่นท้อง

 ตะไคร้หอม ตะไคร้หอม ตะไคร้หอม ตะไคร้หอม