งา

ชื่ออื่น ๆ : งาดำ (ทั่วไป),ไอยู่มั้ว (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์  : Sesamum indicum  Linn.
วงศ์ : PEDALIACEAE

งา

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นจะตั้งตรงถึงยอด และมีความสูงประมาณ 3-4 ฟุต
  • ใบ : ลักษณะของใบคล้ายกับใบหญ้างวงช้าง มีสีเขียวและมีขนปกคลุมอยู่เล็กน้อย
  • ดอก : ออกดอกเดี่ยว มีสีขาวอมม่วง จะแตกดอกออกรอบ ๆ ลำต้นแล้วก็บิดมาอยู่ในแนวเดียวกัน ด้านหนึ่ง ดอกงามน่าดูมาก
  • ผล : ลักษณะของผลงาคล้ายกับผลโคโก้ ซึ่งมีขนาดโตเท่ากับนิ้วก้อย และเมื่อผลแก่เราจะถอนต้น ออกมาตากแห้ง ผลก็จะแตกเมล็ดที่อยู่ภายในผลมีจำนวนมาก ถ้าสีดำเราเรียกว่า”งาดำ” ถ้าสีขาวเรียกว่า “งาขาว” มีกลิ่นหอมนำมาปรุงอาหารทั้งคาวหวานได้ และภายในเมล็ดยังมีน้ำมันอยู่ประมาณ 45-55%นบีบจะได้ น้ำมันงา ซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาแพงมาก

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ดอกงา เมล็ดงา

สรรพคุณตามตำรายาไทย :

  • ดอกงา รักษาหูด
  • เมล็ดงา มีรสฝาด หวาน ขม   เป็นยาระบายอ่อนๆ บำรุงกำลัง ทำให้ร่างกายมีความอบอุ่น แต่ทำให้ดีกำเริบ
  • น้ำมันงา รสฝาดร้อน ใช้ทำน้ำมันใส่แผล ใช้ทาผิวหนังให้นุ่มและชุ่มชื้น 

งา งา งา งา

วิธีและปริมาณที่ใช้ :

  • รักษาหูด ใช้ดอกงา นำดอกงาที่เก็บในตอนเช้า ซึ่งยังมีน้ำค้างอยู่มาถูกับหูดวันละ 3 ครั้ง ภายใน 7-10 วัน จะเห็นผล ถ้าจำเป็นต้องใช้ดอกแห้ง ให้นำมาแช่น้ำนาน 30 นาที ต้มให้เดือด แล้วใช้น้ำต้มล้างบริเวณที่เป็นหูดภายใน 10 วัน หูดจะหลุดออก
  • รับประทานให้เกิดกำลังและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ใช้เมล็ดงา 


ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซท์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง