สนหางสิงห์

0
18

ชื่ออื่น ๆ : สนเทศ, สนแผง (กรุงเทพฯ), จันทยี (เชียงใหม่), เช่อป๋อ (จีนกลาง), เฉ็กแปะ (แต้จิ๋ว)
ชื่อสามัญ : Chimese Arborvitae, Orientali Arborvitae
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Thuja orientalis Endl.
ชื่อวงศ์ : CUPRESSACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • สนหางสิงห์ เป็นพรรณไม้ยืนต้น แตกกิ่งก้านสาขามากมาย และลำต้นจะบิดเป็นเกลียว เปลือกต้นมีสีน้ำตาลอมแดง ลำต้นจะสูงเต็มที่ประมาณ 20 เมตร
  • ใบสนหางสิงห์ เป็นใบร่วมหรือใบประกอบแบบขนนกหลาชั้น เรียงเป็นแผง ใบย่อยออกเรียงสลับและเป็นเกล็ดขนาดเล็ก เรียงติดกันแน่นกับกิ่ง ซึ่งอยู่ในลักษณะเป็นแผง มีสีเขียวสด
  • ดอกสนหางสิงห์ ออกดอกเดี่ยว ดอกตัวผู้และตัวเมียจะอยู่กันคนละดอก แต่ก็อยู่ในต้นเดียวกัน ซึ่งเราสังเกตได้ง่ายคือ ดอกเพศเมียนั้นไม่มีก้าน แต่ดอกเพศผู้นั้นมีก้านสั้นมาก
  • ผลสนหางสิงห์ มีลักษณะเป็นรูปกลมตั้งตรง ผลอ่อนฉ่ำน้ำ สีเขียวอมสีน้ำเงิน มีผงสีขาวปกคลุมอยู่ เมื่อแก่จะเป็นผลแห้ง มีสีน้ำตาลอมแดง และจะแตกออกเป็น 8 แฉก ภายในผลมีเมล็ดประมาณ 1-2 เมล็ด ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปไข่สีน้ำตาลเข้มและมีสัน

ส่วนที่ใช้เป็นยา : ใบ, ผล, เปลือกต้น

สรรพคุณสนหางสิงห์ :

  • ใบ ใช้ห้ามเลือด แก้ปวดข้อ ขับระดู คางทูม ไฟไหม้น้ำร้อนลวก ตกเลือด แก้บิดไม่มีตัว แก้ไอ ขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต
  • ผล ใช้บรรเทาอาการลำไส้ตีบ หรือเป็นยากล่อมประสาทสำหรับผู้ที่หัวใจเต้นเร็วแล้วนอนไม่หลับ
  • เปลือกต้น เป็นยาฝาดสมา ทำให้ระดูขาวแห้ง หรือฝนเป็นยากวาดทวารเบา